เมื่อวานไปสอบมา เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
เราทำข้อสอบปรนัยได้เรื่อยๆ(ปล่อยไหลน่ะ) แต่พอถึงส่วนของย่อความ-เรียงความ ก็ต้องมาตั้งสมาธิ นึกถึงตอนที่ตัวเองเขียนบล็อก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฟืดดด….. ให้ออกซิเจนไหลเข้าสู่กระแสเลือดไปเลี้ยงสมอง ก่อนหน้านี้เราเข้าใจผิด คิดว่าส่วนของการย่อความนั้น เขียนอย่างไรก็ได้ แค่เอาใจความสำคัญในเนื้อหามาได้ก็พอ เราจึงไม่หนักใจมากนัก
แต่เมื่อวานตอนนั่งกินข้าวเที่ยง เพื่อนเราที่อยู่โรงเรียนอื่นสองคนนั่งติวรูปแบบการเขียนย่อความอย่างตั้งอกตั้งใจ รูปแบบที่ว่านั่นคือการขึ้นหัวของย่อความ เป็นต้นว่า ย่อความเรื่อง…ของ…คัดจาก….หน้า….. ซึ่งอันนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีรูปแบบอื่นๆเช่น นำมากจากพระบรมราโชวาทก็ต้องอีกแบบ ยาวมากๆ
เราสงสัย
“ต้องเป๊ะด้วยหรอ?”
“เออสิ! แค่เค้าเห็นว่ารูปแบบผิด เค้าก็กาหัวข้อสอบแล้วนะ”
“เหวอออออ จริงอ่ะ ทำไมเค้าทำงั้นวะ เน้นรูปแบบไม่เน้นเนื้องาน *%$&#”
เราหงุดหงิดมาก แต่ก็เหลืออีกไม่กี่นาทีแล้ว จำเป็นต้องขอยืมมาส่องดูสักหน่อย อย่างน้อยก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เห้อ ~ แล้วอย่างนี้จะเขียนเรียงความไปรอดไหม
ตัดฉากมาที่ห้องสอบ
ณัฐกานต์มีเวลาเหลือ 30 นาทีเท่านั้น สำหรับการเขียนเรียงความที่หัวข้อเ้ข้าใจยากเหลือเกิน ไม่ไหวล่ะ! ถ้ามัวแต่มานั่งตีความว่าเขาอยากให้เราสื่ออะไร ก็คงจะหมดเวลาพอดี เราจึงด้นสด ตามสไตล์เซอเรียลริสม์(ไม่ใช่แล้ว- -) ไปๆมาๆ ก็เขียนไม่จบอยู่ดี ถึงขั้นว่า เขียนยังไม่ทันจบประโยค กรรมการคุมสอบก็บอกว่า หมดเวลา วางปากกา มิฉะนั้นจะถือว่าทุจริต
เอิ่ม จบไปแบบนั้น เราไม่สบายใจเลยจริงๆ
เขียนบล็อกนี่ง่ายกว่าเยอะ