-K.BLOG-

วันอังคาร, กรกฎาคม 21,09

Y?

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 10:24 pm

เราได้ทำการรวมเล่มงานเขียนในบล็อกนี้ บางส่วน ไปรวมกับงานของทิพtoe และอาจมีกวินมาสมทบด้วยอีกคน

ออกมาเป็นหนังสือเล่มบางๆ
ที่ชื่อว่า
Y?

ด้วยฝีมือออกแบบหน้าปกของUNO

คงไม่มีใครซื้อ .. ชอบอ่านฟรีกันทั้งนั้น

แต่ที่แน่ๆ เวลาเห็นออกมาเป็นเล่ม สัมผัสด้วยตาและมือแล้วเรารู้สึกดีใจชะมัด

ถ้าออกมาเป็นรูปเล่มสมบูรณ์แบบเมื่อไหร่ จะเอามาโชว์

วันเสาร์, กรกฎาคม 18,09

ความรู้คืออะไร

Filed under: KINGnut — soraris @ 7:56 pm

ในรถ ซึ่งประกอบด้วยครอบครัวแสงเขียวงามสี่คนและเราผู้ร่วมทาง แม่เจมเกริ่นด้วยการถามว่า จะเรียนอะไร เจมพูดขึ้นมาว่า

“กิ่งณัฐอยากเข้าอักษร”
ก่อนหน้านี้ เมื่อเราบอกใครๆว่าเราอยากเข้าอักษร จะมีแต่คนถามว่า อยากเป็นครูเหรอ เจอคำถามนี้ทีไร เราก็งงว่า เออ.. อย่างงี้จะมีคณะครุศาสตร์ไว้ทำไม
แต่พ่อแม่เจมกลับเข้าใจ เขาถามคำถามที่อินดี้มาก “อยากเป็นนักเขียนหรือ?” นั่นถูกใจเรา แต่ก็ยากที่จะยอมรับออกไปตรงๆ เราได้แต่อึกอัก ไม่กล้าพูด

พี่คริสต์ซึ่งเรียนอยู่บัญชี สถิติ พูดโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนเราตกใจว่า เลือกเรียนที่เราชอบก่อนดีกว่าไม๊ ถ้าเราเก่งจริง มันก็มีงานทำอยู่แล้ว จากนั้นก็แนะนำว่าให้คุยกับพี่แก้ว ซึ่งเรียนอยู่อักษรฯ
แม่เจมเลยบอกให้พี่คริสโทรหาพี่แก้วเดี๋ยวนั้นเลย(เกือบๆสองทุ่ม) พี่คริสโทรไป แม้ในตอนแรกจะอิดออดว่ามันจะเกินไปไหม ที่จะโทรในเวลาแบบนี้

ตัวเราเองยังงงๆและตื่นเต้น เรารู้จักพี่แก้วแต่ไม่สนิทกัน เมื่อได้คุย พี่แก้วก็ใจดีมาก ตอบทุกคำถามที่เราสงสัย และตอบอย่างละเอียด เราคุยกับพี่แก้วจนจวนจะถึงปากซอยหน้าบ้าน ต้องขอวางไปก่อน เวลาที่ใช้ในการปรึกษาอาจจะสั้นไปนิด และไม่ถูกเวลาสักเท่าไหร่

 แต่นั่นก็เพิ่มความมั่นใจให้เราว่า “เลือกเถอะ” ในเมื่อมีโอกาสเลือกครั้งเดียวในชีวิต

 —————

 หลังจากเรียนพิเศษวิชาเลขเสร็จ ก็ลงมานั่งคุยกันที่ชั้นล่างของใบลาน(สถาบันกวดวิชาขนาดเล็ก)

เรารู้สึกได้ว่า หลังจากที่เจมส์ได้ฟังพี่คริสพูดเมื่อคืน ก็เริ่มไม่มั่นใจว่า ตัวเองอยากเรียนอะไร ทั้งที่ตอนแรกก็แน่วแน่วิศวะIT

เมื่อมานั่งคุยกับครูโอ๋ ครูบอกว่า ก็เลือกเรียนที่ตัวเองคิดว่าจะอยู่กับมันได้สิ
เราแย้งว่า ตอบยาก เพราะว่าพวกเราอยู่ในวัยที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่า ทำงานอย่างนั้น จะเป็นยังไง ตอบไม่ได้ว่าจะชอบมันหรือเปล่า

ครูโจ้ ผู้สอนพิเศษวิชาเคมีและฟิสิกส์ที่ใบลานถามครูโอ๋ขึ้นว่า จริงๆแล้วโอ๋อยากเรียนอะไร  ..และแล้วความจริงก็เปิดเผยว่า ครูโอ๋อยากเรียนนิเทศศาสตร์(ซึ่งเราก็ว่าบุคลิกให้) แต่ว่าสอบได้ทุนเรียนวิทยาศาสตร์ จนกลายมาเป็นครูสอนฟิสิกส์ทุกวันนี้ แม้ว่าสมัยเรียนจะไม่ชอบวิชานี้เอามากๆ

ครูโจ้บอกว่า เหมือนกัน เมื่อก่อนไม่ชอบเคมีเลย ค่อนข้างแอนตี้ … แต่ปัจจุบันกำลังจะเป็นด็อกเตอร์ด้านเคมี

ชีวิตคนเรามีหลายตัวแปรจริงๆ  อย่างนี้จะรีบให้เด็กตอบตัวเองไปทำไม
“โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เด็กไทยอย่างเราเจอคำถามนี้ตั้งแต่ประถม เราว่ามันเร็วไปหน่อยที่ให้เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งคิดหาคำตอบของคำถามนี้

 จากนั้น เจมส์เลยถามว่า แล้วเป็นครูนี่มีความสุขไม๊ ครูโอ๋ตอบ “ก็มีความสุขเวลาอยู่กับพวกแก(นักเรียนทั้งหลาย)นั่นแหละ” (ปลื้ม….~)

 ครูโจ้เหม่อมองป้าย สถาบันสอนพิเศษ “iใบลาน” ถามว่า ทำไมต้องชื่อนี้ ซึ่งนั่นเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม

ครูโอ๋ตอบ  i = interactive ซึ่งหมายถึง การเรียนที่นี่ไม่ใช่แค่ครูเป็นผู้ให้ฝ่ายเดียว แต่ทั้งครูและนักเรียนต่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน หลายๆครั้ง นักเรียนก็ให้บทเรียนบางอย่างกับครู

ส่วนคำว่าใบลาน ครูโอ๋มองว่า เป็นแหล่งรวบรวมความรู้จากชนรุ่นหลัง นั่นก็คือเป็นการระลึกถึงครูบาอาจารย์ก่อนๆที่เคยสั่งสอนและสั่งสมความรู้นี้มา ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้  เพราะเริ่มแรกที่ครูโอ๋ตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาก็คิดถึงครูที่เคยสอนครูโอ๋มาอีกที อยากจะทำให้ได้อย่างที่ครูเคยทำ  เรียกว่า เป็นการระลึกถึงผู้มีพระคุณ ไม่มีเขา ไม่มีเรา

วารสารภาพของปราบดา

Filed under: KINGnut — ป้ายกำกับ: — soraris @ 11:01 am

ปราบดาโพสต์ไว้ในเว็บบอร์ดไต้ฝุ่น เรื่องวารสารภาพออนไลน์ชื่อ  TYPHOON LAND รวบรวมภาพที่ปราบดาถ่ายตอนท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์

เราเข้าไปดูมาแล้ว เป็นภาพสไตล์ “ปราบดา หยุ่น” จริงๆ
อยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ลองเข้าไปดู  รับรองว่าไม่เสียเวลาเปล่า

เราเดาว่า ฉบับหน้าๆ คงจะเป็นภาพถ่ายที่ญี่ปุ่น เพราะเขาจะไปเร็วๆนี้ :]
ก็ได้แต่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

วันจันทร์, กรกฎาคม 13,09

อย่าปล่อยให้บล็อกร้าง!

Filed under: KINGnut — soraris @ 12:13 pm

ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนอีกตามเคย เนื่องจากสภาวะการขาดแคลนเวลา หรือเรียกอีกอย่างว่า ขี้เกียจตัวเป็นเกลียว(ยืมสำนวนนี้มาจาก WAY ฉบับ เป็นเอกเขนก)

ว่ากันตามจริง เวลาที่จะเข้ามาเขียนนั้นมี แต่เวลาที่จะใช้ไปกับการไตร่ตรองสิ่งรอบๆตัว อย่างที่เคยทำมาเป็นประจำนั้นมัน หดหาย ไป  น้อยนักที่เราจะได้นั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ และคิดอะไรบ้าบอคอแตกอย่างเมื่อก่อนได้อีก จึงน่าเสียดายอย่างมากที่ ไม่มีอะไรมาเขียนลงในนี้

ปัญหาคืออะไร?  ปัญหาสามัญดาษดื่นของวัยรุ่นทั่วไป

เราอยู่ม.6 และต้องรีบหาบ้านแห่งใหม่….  มหาวิทยาลัย

แต่ แต่ แต่เราไม่ต้องการให้บล็อกร้างไปมากกว่านี้  ก็จะพยายามเข้ามาเขียน โดยขอให้คนอ่านอย่าคาดหวังอะไรกับงานเขียนเหล่านี้มากนัก เพราะมัน

อาจจะ บ้า บอ คอแตก กว่าเดิมหลายเท่าตัว

:]

—————————————————————-

ปราบดากำลังจะไปญี่ปุ่น  แหม อยากตามไปจริงๆ

วันจันทร์, กรกฎาคม 6,09

a ธรรม ตระเวนเที่ยว

Filed under: KINGnut — soraris @ 8:26 pm

เรานัดกับเพื่อนไว้ที่ BTS หมอชิต ตอน 8.00 น.

ตามคาด .. กว่าจะได้ออกเดินทางก็8 โมงครึ่ง

พวกเราคิดว่าจะพยายามประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการนั่งรถเมล์ ซึมซับบรรยากาศสองข้างทาง แต่ปัญหาก็คือ จะนั่งสายอะไร และนั่งฝั่งไหน

เมื่อปรึกษากันยังไม่ทันเสร็จดี สาย 44 ก็แล่นเข้ามาจอด เราต่างลังเลเลิ่กลัก ทำท่าจะขึ้น แต่ก็ไม่กล้า จนคนขับบีบแตรราวกับไล่ต้อน เราจึงขึ้นไปนั่งโดยดี โดยที่ยังไม่รู้แน่ว่าจะลงป้ายไหน

เรานั่งรถเมล์ผ่านถนนสายที่ไม่รู้จักมักคุ้น ต้องคอยเปิดหนังสือบอกทาง เป็นสิ่งที่ท้าทายแต่ก็ยังอุ่นใจ ..ว่าถ้าหลงก็ยังมีเพื่อนล่ะหว่า

นั่งมาจนกระทั่งเจอโลหะปราสาท เราก็คาดว่าอีกไม่นานก็ควรจะลง สุดท้ายเรามาถึงจุดหมายแรกได้ด้วยดี ที่นี่..วัดพระแก้ว เราเดินชมความอลังการ จะดีกว่านี้หากที่นี่ไม่มีคนเลย จะเป็นความงดงามในความเงียบงัน สองสิ่งเสริมกันได้อย่างลงตัว

จุดหมายต่อไปคือวัดโพธิ์ เราจะเดินไปแน่นอนแม้ว่าตอนนี้จะเมื่อยมากแล้ว ระหว่างที่ซื้อไอติมกะทิก็ถามคนขาย ว่าวัดโพธิ์ไปทางไหน

เราเดิน เดิน เดิน แต่ไม่เหนื่อยมากเมื่อได้ชมทัศนียภาพร่องรอยความเจริญสมัยก่อน อาคารที่งดงามยิ่งกว่าในละครดงผู้ดี

มาถึงวัดโพธิ์ ก็ขอนั่งพักจนรากงอกไม่อยากลุกกันเลยทีเดียว ลมเย็นระเรื่อยพัดไล่ความร้อน แดดอ่อนๆ ตอนสายไม่ได้ระคายเคืองผิว – บรรยากาศน่านอน

จากวัดโพธิ์เรานั่งตุ๊กตุ๊ก ไปท่าเตียน ขึ้นเรือข้ามฝั่งไปยังวัดอรุณ เดินขึ้นพระปรางค์ ขาขึ้นเหนื่อย เพราะบันไดแต่ละขั้นนั้นสูงมาก แต่ตอนขาลงนี่สิ เสียวยังกับจะโดดตึก ทิพถึงกับเข่าอ่อน ต้องใช้ก้นกระถดลงมาเลยทีเดียว

ขึ้นที่สูงนั้นเหนื่อย แต่หากคิดจะลงมาต้องทำใจและเสี่ยงที่จะร่วงหล่นรวดเร็ว

เรานั่งเรือกลับฝั่ง และเดินทางต่อโดยแท็กซี่ไปยังดิโอลสยาม ไปกินข้าวเที่ยงที่แบล็กแคนยอน(เริ่มไม่ประหยัดแล้ว- -“) จากนั้นก็นั่งปรึกษาว่าจะไปไหนดี เพราะรายการต่อจากนี้ก็อยู่นอกแผนแล้ว

คุยไปคุยมา ลงท้ายด้วยการไป สยาม

แต่พอเดินออกมา เสียงฝนสาดซ่ากระทบโสตประสาท ต่างทำหน้าตกใจ “เห้ย! ฝนตก”

สุดท้ายเลยจำยอมสิ้นเปลืองเพื่อนั่งแท็กซี่ไปที่จุดหมายปลายทาง

เราไปเดินดูหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ซื้อมาคนละเล่มสองเล่ม

ต่อด้วยไปมาบุญครอง ซื้อขนมเบื้องชิ้นใหญ่ สิบบาท แต่ครีมเยอะมากๆๆๆ เห็นแล้วน้ำลายหก กินกันจนปากเลอะ

แต่อะไรที่หวาน กินมากไปก็เลี่ยน

สุดท้าย พวกเราเดินกางร่มฝ่าฝนไปขึ้นรถเมล์ ปอ.29สีเหลืองที่แสนคุ้นเคย ต่างแยกย้ายกลับบ้าน

ด้วยความเหนื่อยล้า

วันเสาร์, กรกฎาคม 4,09

ช่างมันเถอะ

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 8:03 pm

เราเพิ่งสำนึกว่าตัวเองพูดคำว่า “ช่างมันเถอะ” ฟุ่มเฟือยเกินไป

หลายครั้งที่เสียใจกับอะไร แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ เราชอบพูดปลอบใจตัวเองให้คนอื่นฟังว่า ไม่เป็นไร ช่างมัน

แต่ในหัวสมองเราก็ยังคงคิดถึงแต่เรื่องนั้น ทั้งวัน และทุกวัน กินเวลานานทีเดียวกว่าจะทำใจได้จริงๆอย่างที่ปากพูด

คำๆนี้มันก็เหมือนคำพูดแห่งความพ่ายแพ้ เพราะคงไม่มีผู้ชนะคนไหนเอ่ยคำนี้ คำแก้ตัวแห่งความสิ้นหวัง

เชื่อสิว่า ไม่มีใครคิดจะ “ช่างมันเถอะ” จริงๆ

บลอกที่ WordPress.com .