-K.BLOG-

วันศุกร์, ตุลาคม 31,08

บันทึกทักเอาเอง

Filed under: KINGnut — soraris @ 9:46 pm

ตอนนี้เรารู้สึกว่าจุดมุ่งหมายในการเขียนเริ่มเปลี่ยนไป

ครั้งแรกที่ริอาจทำบล็อก ก็คิดว่าจะให้อ่านกันไม่กี่คน  .. ด้วยความเขินอาย!

เพราะรู้ว่าความคิดเรายังไม่ตกผลึกส่องประกายวาววับ วอบๆแวมๆ เหมือนนักเขียนอาชีพ 

ด้วยว่าชีวิตเรายังมีเรื่องอื่นให้หมกมุ่นอีกมากมาย  ตามวัยแห่งการแสวงหาตัวตน

ในช่วงนั้นก็คิดว่าจะเขียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ คล้ายว่าเป็นการบันทึกความคิด ให้คนอื่นอ่านด้วยไม่กี่คน

เรื่องที่เขียน เป็นผลิตผลจากการหมกมุ่นอยู่กับความคิดตัวเอง 

เข้าหลักการ

บทสนทนากับสังคมน้อย บทสนทนากับตัวเองเยอะ 

ณ จุดจุดนี้ เราเขียนด้วยความเกร็งต่อกระแสตอบรับ - ความเป็นตัวของตัวเองจึงน้อยลง

ก็เพราะเรามองเห็นว่า สิ่งที่เราเขียนผ่านๆมา กรั่นกรองโดยใช้ความคิดส่วนตัว ไม่มีข้อมูลอ้างอิงวิชาการ หรือผลงานวิจัยใดใดทั้งสิ้น

เรียกว่า “ทึกทักเอาเอง”

ก็เริ่มจะเกิดอาการหน้าบางขึ้นมานิดๆ 

บทสนทนากับสังคมเริ่มมากขึ้น

บทสทนากับตัวเอง มันเริ่มจะน้อยลงทุกที

แล้วบังเอิญ เราเดินทางสายกลางไม่ค่อยจะเป็นซะด้วยสิ

——————————————–

อีกส่วนหนึ่งที่เราสงสัยว่าเป็นปัจจัยให้เขียนน้อยลง

ก็เพราะ ความเชื่อ มันมีหลากหลายเหลือเกิน

ในหัวเราตอนนี้ บางความเชื่อมันสวนทางกันเอง

พอคิดจะหยิบประเด็นไหนมาขบคิด มันก็ไม่จบง่ายๆ  เพราะความคิดมันก้ำกึ่ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

สรุปใจความที่จะสื่อไม่ได้ ก็เขียนไม่ได้

ไม่รู้ความคิดไหนถูกกันแน่ ไอนี่ก็ดูมีหลักการดี เอ๊ะ . แต่อีกอันดูมีศีลธรรมกว่า 

เห็นด้วยไหมว่า ความคิดเราถูกพัดพาไปด้วยข้อมูลข่าวสาร บางทีมันก็งงไปหมด ไม่รู้อันไหนจริง

เลยไม่เขียนดีกว่า

ถ้าวันหน้าเราคิดต่างออกไป

เสียเวลามาก่นด่าความคิดวัยเยาว์ของตัวเอง

 

แต่นั่นแหละ  เรามาคิดๆดูแล้ว

นึกถึงเรื่องสั้น”วรรณกรรม48ชั่วโมง” (ในหนังสือรางวัลซีไรต์เล่มนั้นที่พวกเราม.5ถูกสั่งให้อ่านนั่นแหละ)

ถ้าคิดแล้วไม่เขียน เพราะกลัวสังคมไม่ตอบรับ

ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนเลย

วันพฤหัส, ตุลาคม 30,08

สัมพันธภาพ(2.1)

Filed under: KINGnut — soraris @ 8:57 pm

ความสัมพันธ์  ไม่ว่าจะในลักษณะไหน

ต่างมีเรื่องราวหลากหลายผ่านไปเป็นฉากหลังของความสัมพันธ์นั้นๆ

บางครั้งกินระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่บางความสัมพันธ์กินเวลายาวนานค่อนชีวิต

อะไรที่ทำให้มันต่างกัน

อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเราเลือกที่จะยุติการสรรค์สร้างเรื่องราวระหว่างคนสองคน ให้จบลงแค่นั้น

เพราะ ทนไม่ไหว ?

—-

เราได้ยินบ่อย คำว่า “เราทนมามากพอแล้ว” มักออกจากปากคนที่มีปัญหาหัวใจ   หลายคนต่อหลายคน 

แต่สุดท้ายก็จบเหมือนเรื่องเดียวกัน 

คือเลือกที่จะหยุดสัมพันธภาพดีๆไว้แค่นั้น  ด้วยเพราะคิดว่าหากสานต่อไปนานกว่านี้อาจกลายเป็นสัมพันธภาพแย่ๆที่ไม่อยากจะจดจำ

ที่น่าสนใจคือ แล้วความสัมพันธ์ที่ว่ายาวนานทั้งหลายนั้นล่ะ พวกเขารักษาให้คงอยู่กันไว้ได้อย่างไร
ไม่ให้มันขาดสะบั้น เหมือนคู่อื่นๆ

ส่วนเราคิดว่า ความสัมพันธ์จะอยู่ยืดหรือไม่ยืดนั้น

มันอยู่ที่

เรามองสัมพันธภาพ เป็น ภาระหรือทรัพย์สิน กันแน่?

(อ่านเรื่อง”เป็นภาระหรือทรัพย์สิน” คือว่า มันต่อเนื่องกัน)

วันอาทิตย์, ตุลาคม 19,08

นศท.ชุ่มฉ่ำ

Filed under: RYOTA — soraris @ 9:56 pm


^ คอมแบตครูฝึก

 

 

 รอฝนหยุด

 


^ฝ่าสายฝนจนมาถึง

^ ดูอึดอัด

จากซ้ายไปขวา : ตราโรงเรียนดอนเมือง,ครูฝึกกับร่มชมพูหวานแหวว,ลิซ่า

วันพุธ, ตุลาคม 15,08

หยุด

Filed under: KINGnut — soraris @ 12:02 pm

ช่วงนี้คิดอะไรไม่เป็นเรื่องเป็นราว

ขอพัก

ไปฟื้นฟูสมองก่อน

วันพุธ, ตุลาคม 8,08

ว่างเปล่า-ยุ่งเหยิง

Filed under: KINGnut — soraris @ 8:06 am

เวลาที่คนเรารู้สึก ว่าง มันก็ว่างจนน่าเบื่อ เหมือนเคว้งอยู่กลางทะเล ลอยล่องไปตามจังหวะคลื่นกระเพื่อม
เรื่อยๆ เปื่อยๆ

สะสมนานเข้าก็กลายเป็นความทรมาณ เหมือนมีตัวตนของเราอีกคนร้องโหวกเหวกอยู่ภายในกาย

“เบื่อโว้ยยย!”

และช่วงเวลา …ว่าง… แบบนี้มักพบในเด็กที่ปิดเทอมแล้วและไม่มีกิจกรรมทำ

กับอีกสถานการณ์ที่กลับกัน
ในช่วงที่เรา “งานเข้า”
อยู่ในช่วงที่ต้องสะสางงานบางอย่างหรือ ..หลายๆอย่างที่มันบ้าระห่ำเข้ามาพร้อมกัน
ไม่ว่าช่วงเวลาไหน ไม่ว่าจะนอน จะกิน ก็ต้องคิดถึงแต่เรื่องภาระในปัจจุบัน
ต้องหาวิธีทำให้มันเสร็จ
บางทีมันก็กวนอารมณ์
ความคิดรุมเข้ามาแบบไม่มีต่อคิว ไม่มีลำดับหัวเรื่อง เข้ามาตีกันอยู่ในหัว
จนคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งมึน

อีกนั่นแหละ ตัวเราอีกคนที่อยู่ในร่าง เริ่มเหี่ยวและลงไปกองอยู่ที่พื้น บ่นออกมาเบาๆ
“ตาย -ดีกว่า.”

แต่ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดในสองอย่างนี้
สุดท้าย เราก็ผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาได้ หลายครั้ง หลายหน

ความแตกต่างมันอยู่ที่ไหนล่ะ?

หลังจากเราว่างมานาน กาลเวลาไหลผ่านไป
สุดท้ายเราก็พบตัวเองยืนอยู่เปล่าเปลือย เช่นเคย

แต่เวลาที่ใช้ไปกับสถานการณ์อันยุ่งเหยิงซับซ้อน
เมื่อผ่านไปได้

เราก็พบตัวเรา กำลังยืนเป็นสง่าอยู่กับ ผลงาน+ประสบการณ์+ความเชื่อมั่นในตัวเอง


แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็คงไม่ค่อยมีใครอยากทำงานหรอก
เราด้วย

วันพฤหัส, ตุลาคม 2,08

มิตรภาพหรือความถูกต้อง?

Filed under: KINGnut — soraris @ 9:09 am

1
ถูกอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
ว่าคนเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ทุกคนต่างต้องยึดมั่นใน”กฏกติกา”
ป้องกันการเบียดเบียนสิทธิของกันและกัน
ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำของอำนาจ ไม่มีใครได้รับอภิสิทธิ์อย่างไม่ชอบธรรม

เราก็เชื่อเช่นนั้นมาตลอด และตั้งใจว่าถ้าเกิดเจอใครทำอะไรที่ไม่ดี ผิดกติกาสังคม หรือผิดศีลธรรม เราจะขอยืนเป็นฝ่ายตรงข้าม

แต่ว่า เมื่อเจอเหตุการณ์บางเรื่องในชีวิตจริง
ความคิดแบบนี้กลับใช้ไม่ได้ ต้องโยนมันทิ้งไว้ข้างทาง

ก็นี่มันชีวิตจริง

เพราะบางที คนที่ทำผิดคนนั้น หรือกลุ่มบุคคลที่ทำผิดเหล่านั้น
เป็น เพื่อน ของเราเอง

ความผิดที่ไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนโดยตรง แต่มองเห็นแล้วว่าผิดกติกาสังคม
บางครั้งเราก็ต้องยอมทำเป็นไม่รู้เห็นใดๆ ปล่อยให้ผ่านไป
แค่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวให้ตัวเองต้องแปดเปื้อน

เพื่อนอาจบอกว่า ดีแล้ว เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว ไม่ขายเพื่อน

แต่เรากลับมองว่า นี่ล่ะ เป็นการเห็นแก่ตัวสุดๆแล้ว ทำเพื่อพรรคพวก เพื่อเอาตัวเองให้อยู่รอดได้ต่อไป
เขาก็เรียกว่า เอาตัวรอด

บางที่เรื่องแบบนี้มันก็บีบคั้นให้กดดัน ตัดสินใจลำบาก

เพราะมันกลายเป็นความไม่ยุติธรรมในสังคม แม้จะเป็นจุดเล็กๆ คือแค่ในโรงเรียน

แล้วถ้าพวกเราโตขึ้นล่ะ

เราว่านี่แหละ ต้นตอของนักการเมืองและผองเพื่อนที่ชวนกันคอรัปชั่น

แม้แต่คนที่ทำเป็นไม่รู้เห็น และอยู่เฉย
ก็ถือเป็นผู้ร่วมขบวนการไปโดยปริยาย
แล้วคนกลางอย่างเรา ควรจะทำยังไง?

2
จำได้เลาๆว่า ตอนประถม มีข้อสอบสปช. ข้อนึง
ถามว่า ถ้าเราบังเอิญเดินไปเจอกลุ่มคนกำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดกันอยู่
เราควรทำอย่างไร?

มีตัวเลือกอยู่สองข้อ ที่เราลังเลที่จะเลือกตอบเหลือเกิน

หนึ่ง ไปแจ้งตำรวจ
สอง ออกห่างจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด

จนป่านนี้ก็ยังไม่แน่ใจ ว่าควรตอบข้อไหน

ก็เพราะว่า.. ถ้าเกิดตำรวจเป็นคนปล่อยยาซะเองล่ะ เราคงซวย

หรือว่ากติกา มันก็แค่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วก็แหกซะเอง

ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

ก็เพราะพวกเราเป็นมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่เข้าใจย้ากยาก

บลอกที่ WordPress.com .