-K.BLOG-

วันเสาร์, พฤษภาคม 24,08

รักของนักอ่าน

Filed under: KINGnut — soraris @ 10:36 am

เคยมีตอนหนึ่งในบล็อกนี้ ที่เราเขียนถึงว่า
เราได้ดั้นด้นไปพบหน้า “ปราบดา หยุ่น” ตัวเป็นๆ ด้วยอาศัยแรงคลั่งไคล้และความถูกคอทางตัวหนังสือของเขา
คนที่เสมือนว่า เขียนอะไรก็ตรงใจเราไปหมด
ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เราเคยคิดมาก่อนแล้ว และดันตรงกับความคิดเขาพอดี ก็เป็นเขานี่แหละ จุดประกายให้เราเห็นดีเห็นงามตาม กับความคิดใหม่ๆ อย่างไม่มีข้อกังขาใด

ตอนนั้น เรายังสงสัยในตัวเองว่า เราทำเหมือนเป็นคนเข้าใจโลก-เข้าใจมนุษย์ แต่ทำไม อาการ “อยากเจอ” คนดังที่ชื่นชอบ ยังคงมีอยู่
แต่ถึงสงสัยแค่ไหน โอกาสที่จะได้เจออย่างนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ก็เลยลุยเดี่ยว ดุ่มๆไปเลย
พูดตามจริงแล้ว งานหนังสือวันนั้น .. ไม่อยากจะไปสักเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้เห็นความแตกต่างของการซื้อหนังสือในร้าน กับงานหนังสือมากนัก –จริงอยู่ อาจเป็นเหตุผลด้านราคา แต่เราก็ชอบบรรยากาศการเลือกซื้อในร้านมากกว่า เรามีเวลาที่จะอ่าน จะเลือกหยิบชม ไม่เหมือนกับในงานหนังสือที่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนแปลกหน้า(อันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบใจนัก) และสภาพการแก่งแย่งในบางบูท ที่คนแน่นหนา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงไม่ปลื้มกับการเดินซื้อหนังสือที่นั่น
แต่ครั้งนั้น อาศัยความตั้งใจแค่ว่า— จะไปพบหน้านักเขียนผู้เป็นที่ชื่นชอบ
อย่างที่บอก ว่าเราสงสัยในความคิดและการกระทำของตนเอง
และคงความสังสัยอีกว่า ปราบดา จะคิดอย่างไรกับผู้อ่านของเขา ที่มีพฤติกรรมเหมือนแฟนคลับดาราทั่วไป
เมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง ที่เราได้อ่านหนังสือ เขียนถึงญี่ปุ่น ของปราบดา
เขาเขียนไว้ว่า
“เหมือนกับนักอ่านทั่วไป ผมต้องการพบต้องการเห็นใบหน้าของผู้เขียนคำที่ทำให้ผมประทับใจ”

อยู่ๆก็เกิดอาการโล่งใจ เหมือนกับห้วงเวลาที่แก้โจทย์การบ้านเลขได้

ยิ่งสูงยิ่งเสียว

Filed under: KINGnut — soraris @ 10:32 am

* ชื่อบุคคลทั้งสองเป็นเพียงนามสมมติ มิได้เกี่ยวข้องกับนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังแต่อย่างไร

ไอแซค : คืออย่างนี้ครับ ..ทฤษฎีของผมนะ  –ผมว่าการที่คนเก่งชอบวางตัวเป็นเพอเฟคชั่นนิสท์ (perfectionist) นั้น ไม่ได้เป็นความผิดของเขาเลย  เขาวางตัวเป็นคนเก่งดีเลิศประเสริฐศรี เพราะว่าคนอื่นในสังคมนั่นแหละที่ต่างชี้นิ้วมาที่เขา แล้วเรียกเขาว่า”ไอคนเก่ง”
มันก็เหมือนพิพากษาของสังคม 
แล้วเวลาใครเขาเรียกคุณเป็นอะไรที่ดีๆอย่างนั้น  คุณไม่มีทางที่จะไม่ยืดอกรับหรอกนะครับ  ใช่ไม๊

อัลเบิร์ต : แต่ว่านะ บางทีคนเก่งก็มักทำเกินเลยจนน่าหมั่นไส้

ไอแซค: แน่นอนครับ  ก็เขาได้อำนาจในการทำตัวเด่นแล้วนี่  เขาอาจผิดจริงอย่างว่า  แต่คนอื่นในสังคมก็น่าตำหนิอยู่เหมือนกัน ที่ต่างเป็นผู้ยกยอไปพร้อมๆกับชิงชัง    ใครน่าสงสารกว่ากันล่ะเนี่ย..

อัลเบิร์ต : ตกลง  ฝ่ายไหนผิดครับ  ตามความเห็นคุณ

ไอแซค : ผมไม่สามารถสรุปได้หรอก  เอาเข้าจริงๆ ต่างฝ่ายต่างก็ควรเข้าใจซึ่งกันและกัน  คนเก่งควรก้าวเท้าเดินลงมาติดดินให้เพื่อนพ้องได้สัมผัสตัวตนเขาบ้าง   และในอีกทางหนึ่ง  คนอื่นๆก็ไม่ควรยกยอคนเก่งให้อยู่สูงเกินไป  สูงจนเหมือนพยายามเนรเทศออกจากกลุ่ม  แล้วสุดท้ายก็ไปพรั่นพรึงความสูงนั่นเสียเอง

อัลเบิร์ต: แต่ผมคิดว่า บางที คนที่ขึ้นไปอยู่ในที่สูงแล้ว ก็หวาดกลัวเกินกว่าจะกล้าก้าวเท้าลงมาเดินดิน

ไอแซค: คุณจะบอกว่า  (ไอแซคนิ่งเงียบ รอฟังคำตอบจากสหายนักปราชญ์)

อัลเบิร์ต : ความเก่งกาจต้องแลกกับความโดดเดี่ยว   ก็สมควรแล้ว มิใช่ฤๅ

ไอแซค : มันใจร้ายเกินไปไหมครับ  (ไอแซคถอนใจ)

วันจันทร์, พฤษภาคม 19,08

จิต

Filed under: KINGnut — soraris @ 11:30 am

เป็นจริงอย่างที่ว่า  จิตเรากำหนดทุกสิ่ง

วันคืนสองวันที่ล่วงผ่านมา  นับได้ว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า   แม้ว่าในช่วงเวลานั้น เราจะรู้สึกอึดอัดกายและใจอยู่ไม่น้อย

แต่วันนี้ได้ย้อนดู ก็รู้สึกดี และพบว่า  คงพลาดอะไรดีๆในชีวิตไป  หากไม่ตัดสินใจไปนอนค้างคืนที่นั่น

ค่ำคืนแรก ที่ล้มตัวนอน มีเพียงเสื่อและหมอนแข็งๆเท่านั้นที่รองรับร่างกายเราเอาไว้  หาใช่ความลำบาก แต่เป็นการฝึกจิตให้ยอมรับกับสิ่งทีมีอยู่    และแน่นอน  สิ่งที่เราได้พบในเช้าวันต่อมาก็คือ  มีแค่นี้ เราก็นอนหลับได้ทั้งคืน 

เพราะ”จิต”  เท่านั้น 

ต้องขอยอมรับว่า เราก็เหมือนดังเช่นปุถุชนธรรมดาทั่วไป หาใช่ปัญญาชน หรือผู้บรรลุแล้วในธรรม   ค่ำคืนสองคืนนั้น  มีอยู่บ้าง ที่จิตใจยังโหยหาครอบครัว  และบ้านที่จากมา    ยังคงมีกิเลส  ติดอยู่กับที่นอน ผ้าห่มนุ่มๆ และแอร์เย็นๆ   แต่ไม่นาน  ด้วยสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์  อย่างไร “เราก็ต้องหลับ”

อย่าปล่อยให้จิตคืดไปเอง

มิได้เตือนใครเป็นพิเศษ นอกจากตัวเอง

บลอกที่ WordPress.com .