เคยมีตอนหนึ่งในบล็อกนี้ ที่เราเขียนถึงว่า
เราได้ดั้นด้นไปพบหน้า “ปราบดา หยุ่น” ตัวเป็นๆ ด้วยอาศัยแรงคลั่งไคล้และความถูกคอทางตัวหนังสือของเขา
คนที่เสมือนว่า เขียนอะไรก็ตรงใจเราไปหมด
ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เราเคยคิดมาก่อนแล้ว และดันตรงกับความคิดเขาพอดี ก็เป็นเขานี่แหละ จุดประกายให้เราเห็นดีเห็นงามตาม กับความคิดใหม่ๆ อย่างไม่มีข้อกังขาใด
ตอนนั้น เรายังสงสัยในตัวเองว่า เราทำเหมือนเป็นคนเข้าใจโลก-เข้าใจมนุษย์ แต่ทำไม อาการ “อยากเจอ” คนดังที่ชื่นชอบ ยังคงมีอยู่
แต่ถึงสงสัยแค่ไหน โอกาสที่จะได้เจออย่างนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ก็เลยลุยเดี่ยว ดุ่มๆไปเลย
พูดตามจริงแล้ว งานหนังสือวันนั้น .. ไม่อยากจะไปสักเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้เห็นความแตกต่างของการซื้อหนังสือในร้าน กับงานหนังสือมากนัก –จริงอยู่ อาจเป็นเหตุผลด้านราคา แต่เราก็ชอบบรรยากาศการเลือกซื้อในร้านมากกว่า เรามีเวลาที่จะอ่าน จะเลือกหยิบชม ไม่เหมือนกับในงานหนังสือที่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนแปลกหน้า(อันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบใจนัก) และสภาพการแก่งแย่งในบางบูท ที่คนแน่นหนา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงไม่ปลื้มกับการเดินซื้อหนังสือที่นั่น
แต่ครั้งนั้น อาศัยความตั้งใจแค่ว่า— จะไปพบหน้านักเขียนผู้เป็นที่ชื่นชอบ
อย่างที่บอก ว่าเราสงสัยในความคิดและการกระทำของตนเอง
และคงความสังสัยอีกว่า ปราบดา จะคิดอย่างไรกับผู้อ่านของเขา ที่มีพฤติกรรมเหมือนแฟนคลับดาราทั่วไป
เมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง ที่เราได้อ่านหนังสือ เขียนถึงญี่ปุ่น ของปราบดา
เขาเขียนไว้ว่า
“เหมือนกับนักอ่านทั่วไป ผมต้องการพบต้องการเห็นใบหน้าของผู้เขียนคำที่ทำให้ผมประทับใจ”
อยู่ๆก็เกิดอาการโล่งใจ เหมือนกับห้วงเวลาที่แก้โจทย์การบ้านเลขได้