-K.BLOG-

วันศุกร์, มีนาคม 28,08

เจอเข้าอย่างจัง!

Filed under: KINGnut — soraris @ 4:46 pm

วันนี้เราไปหาพี่คุ่นที่งานหนังสือ
ตามกำหนดการ พี่คุ่นจะไปพบปะและแจกลายเซ็นให้แฟนหนังสือที่บูธวารสารหนังสือใต้ดินตอนบ่ายสองโมงครึ่ง
เราไปถึงที่งานบ่ายนิดๆ
ยังมีเวลาให้เดินเล่น  แต่เพื่อความชัวร์จึงไปสำรวจที่ตั้งบูธก่อน
จากนั้นก็ไปแวะดูบูธอื่นๆ  แต่พยายามรักษาเวลาเพราะว่าคนเยอะมาก เดี๋ยวตอนกลับจะลำบาก  เราเดินไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ  ได้หนังสือมาหอบหิ้วให้เมื่อยแขนสักสี่ห้าเล่ม
เดินๆไปก็ผ่านบูธหนังสือจากเยอรมัน   ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
“ปราบดาจะสัมภาษณ์นักเขียนเยอรมันนี่นา”
เราเลยรีบเบือนหน้ากวาดสายตามองที่บริเวณนั้น

แล้วก็เจอ!!  พี่คุ่นเดินออกมาพอดี
ด้วยความตื้นตันใจ  ที่ได้เจอแบบตัวๆอย่างนี้  โดยที่ผู้คนรอบข้างมิได้สนใจคุณพี่ท่านเลย
เราเลยเร่งรีบรี่ตรงปรี่เข้าไปหา
ได้คุยกันคำสองคำ ที่ดูไม่ค่อยมีความหมายนัก(เราตื่นเต้นอยู่)

พี่คุ่นคุยง่ายกว่าที่คิดเยอะ  เรียกว่าเป็นคนน่ารักคงใช่  ..
บุคลิกนั้น เงียบขรึมแน่นอน
แต่ก็เป็นคนไม่ถือตัว
แล้วเราก็เดินไปที่บูธวารสารหนังสือใต้ดินเลย
ไปยืนรอ เพื่อขอลายเซ็น
มันดูตลกดีนะว่า  คนเราจะขอลายเซ็นไปทำอะไร  แต่สำหรับเรา  ก็ยังอยากได้ไว้ชมอยู่ดีน่ะ

อยากจะบอกว่า คนขายบูธนี้ น่ารักมาก……
ขาวๆ หมวยๆ
กรั่กๆๆๆ  นอกเรื่อง – -”

ก็รอ.. รอ.ไป  ไม่นานนัก  พี่คุ่นก็มา 
เราก็ไปขอลายเซ็น 
พอได้ปุ๊บก็เหมือนเสร็จภารกิจ เหมือนไม่ใยดี  เดินไปหาของกินทันที  (ถ้าเป็นแฟนคลับก็คงเป็นแฟนคลับที่แย่มาก)

ไม่รู้สิ  จริงๆก็ปลื้มตั้งแต่ได้เจอตัวจริงแล้วล่ะ  แค่นั้นก็ “พอ”

วันนี้อิ่มใจมากเลย  :]

เจอทั้งพี่คุ่น เจอทั้งคนขายหนังสือน่ารัก(มาก) แล้วก็เจอบัว

วันพฤหัส, มีนาคม 27,08

คิดถึงโรงเรียน

Filed under: KINGnut — soraris @ 7:51 am

ปิดเทอมมาจะครบหนึ่งเดือนแล้ว

ตอนนี้แหละที่ ความเหงา ความโหยหา เริ่มมาเยือน

คิดถึงเพื่อน คิดถึงโรงเรียน
คิดถึงบรรยากาศครื้นเครงยามเล่นหัวกับเพื่อนๆ
คิดถึงบรรยากาศเคร่งเครียดยามที่ต้องทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน

ถึงแม้จะรู้ว่า อย่างไรก็ตามเราก็จะได้กลับไปที่โรงเรียนอีกครั้ง อีกเพียงแค่เดือนกว่าๆเท่านั้น
แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะ เร่งเร้าวันเวลา ให้มันรีบเคลื่อนไปเร็วๆ

นึกไปถึงความรู้สึกตอนนั่งอยู่ในห้องเรียน ห้องม.4 มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่พวกเราถูกทำโทษห้ามเปิดแอร์ทั้งอาทิตย์ แน่นอนล่ะว่าเมื่อครูสั่งอย่างนี้แล้วพวกเราจะหัวเสีย ไม่พอใจกันเป็นธรรมดา

เพราะการปิดแอร์นี่มันทำให้เรารู้สึกไม่เคยชิน
อะไรกันเล่า..ก็เราเปิดอย่างนี้ทุกวันทุกวัน อยู่ๆไม่ให้เปิด มันคงรู้สึกว้าวุ่นใจไม่น้อย

แต่กลายเป็นว่าเมื่อห้ามเปิดแอร์ แล้วใช้การเปิดหน้าต่างกระจกให้ลมพัดเข้ามาแทน
มันก็กลายเป็นกำไรของคนนั่งริมหน้าต่างอย่างเราทีเดียว

 
ยามเมื่อลมพัดม่านหน้าต่างปลิวไสว เผยให้เห็นทัศนียภาพ สายตาเราก็ได้ชื่นชมความงามนอกห้องเรียนนั้น ยังกะเราเป็น “โต๊ะโตะจัง”แน่ะ!
เราเห็นทุ่งหญ้าข้างโรงเรียน มีแดดแรงๆสาดส่องมา และเมื่อลมพัด หญ้ามันก็ลู่เอนไปตามลม. เมื่อมองก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก คล้ายๆว่า มันเป็นสิ่งใหม่ของชีวิต ที่เราไม่เคยชื่นชม

ทั้งๆที่มันก็อยู่ข้างเราทุกวันน่ะ

วันนั้นเราไม่ค่อยได้ฟังครูเท่าไหร่ เอาแต่มองเหม่อออกไปด้านนอกนั่น บางทีมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถ่ายเอ็มวีอยู่เลย ฮ่าๆ
ก็ดีนะ เราว่า การปิดแอร์มันดีกว่าที่คิด

การนั่งข้างหน้าต่าง ก็ดีกว่าที่คิดเยอะ! (เดิมคิดว่า นั่งข้างหน้าต่าง มันหลบมุมแอร์เพราะแอร์อยู่ฝั่งเดียวกับหน้าต่าง)

ตอนนี้ก็ปิดเทอมอยู่

ไม่อาจรู้ได้ว่า เราจะได้นั่งห้องเดิมหรือไม่
แอบลุ้นว่าเปิดเทอมเราจะถูกจัดให้นั่งกับใครอีก จะได้นั่งมุมไหนของห้อง
จะมีเรื่องอะไรสนุกๆแปลกๆเกิดขึ้นอีก

ตอนนี้ก็ได้แค่รอลุ้น

วันพฤหัส, มีนาคม 13,08

เพลงเศร้า

Filed under: KINGnut — soraris @ 12:18 pm

หลายคนสงสัย ทำไมเพลงต่างๆมันช่างตรงกับชีวิตเรานัก
ทำไมหนอ  ราวกับผู้แต่งเพลงนั้นเป็นตัวเราในตอนนี้
ทำไม? เรื่องราวในเนื้อเพลงมันเข้ากันไปหมดกับสถานการณ์อกหักในปัจจุบันที่เราเผชิญอยู่

   หลายคน มักถามขึ้นมาลอยๆในลักษณะเช่นนี้  และก็คงยังจมปลักกับความโศกเศร้าอาดูรนั้นต่อไป
   เราก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น

แต่ค่ำวันหนึ่ง  ขณะที่กำลังใช้มือดึงหน้าต่างมุ้งลวดให้ปิด  ความคิดหนึ่งก็เปิดไฟสว่างขึ้น
เหตุผลที่ว่า เพลงเศร้าเหล่านั้นตรงกับชีวิตเราเหลือเกิน

เพราะมีคนเคยผ่านเหตุการ์เดียวกันนี้มาแล้วเช่นกัน
และปัจจุบัน เขาหรือเธอ ผู้เคยช้ำรักครั้งนั้น ยังยืนหยัดอยู่มาได้
มิหนำซ้ำ ยังนำประสบการณ์น่าเศร้าเหล่านั้น ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง
หาเงินเข้ากระเป๋าได้อีกต่างหาก

ช่างเก่งเหลือเกิน

มาเล่นกับความรู้สึกเศร้าของคน

วันพุธ, มีนาคม 12,08

กล้อง

Filed under: KINGnut — soraris @ 10:58 am

ช่วงนี้นับเป็นเวลาที่ชีวิตวนเวียนอยู่แต่ในบ้านอย่างแท้จริง  
ก่อนหน้านี้ เมื่อตอนเปิดเทอม การได้หยุดอยู่บ้านเป็นอะไรที่ “สุดยอดจริงๆ”  มันเป็นเหมือนการกดปุ่มหยุดเครื่องเล่น  ให้เราได้พักหายใจกันบ้าง

แต่เนื่องจาก  อะไรที่ตอนแรกว่าดี  เจอไปนานๆเข้าก็เกิดความเอียน และเบื่อหน่าย

ปัญหาจากการอยู่บ้านของเรา(ซึ่งไม่ใช่ปัญหาทางกายภาพแต่มันเกิดจากจิตใจอันว้าวุ่น)  ก็คือ  เราไม่ได้ถ่ายรูปเลยนะสิ  เอ้อ..  ถ้าลงแดงจริงๆ เราก็หยิบมาถ่ายกระถางต้นไม้บ้าง  ถ่ายตุ๊กตาบ้าง ถ่ายต้นไม้ของคนข้างบ้านบ้าง   แต่สรุปโดยรวมแล้ว  เราอยากถ่ายอะไรที่มันมากกว่านี้  อยากไปเที่ยวนอกบ้าน เปิดหูเปิดตา เเล้วได้เปิดหน้ากล้องถ่ายสักหน่อย

บ้านเรามีลักษณะเป็นอพาร์ทเม้นท์ อยู่ชั้นห้า เพราะฉะนั้นมันไม่ค่อยมีที่ทางให้ถ่ายอะไรมากนัก 
จากเดิมที่พอปิดเทอมปั๊บซื้อฟิล์มมาตุนไว้  กลายเป็นว่าตอนนี้มันได้แต่นอนอืดอยู่ในกล้อง  ไม่ค่อยได้เอ็กซ์เซอไซส์กันเลย 

 แต่อย่างว่าล่ะ  เราได้ออกไปข้างนอกเมื่อไหร่ ก็หนีไม่พ้น สยาม หรือเซ็นทรัล หรือห้างอื่นๆทั้งหลาย  การจะแบกกล้องฟิล์มที่มีเลนส์ยาวๆไปถ่าย  คงสะดุดตาสะดุดใจคนไทยผู้รักความทันสมัยไม่น้อย   จริงๆแล้ว  ถ้าเรารักกล้อง เราก็ไม่ควรจะอายใช่ไหม    ก็ไม่ถึงกับอายนะ มันโก้ดี

แต่เรากลัวโดนด่ามากกว่า เช่นว่าไปถ่ายแชะๆ  แล้วเค้าเห็นเลนส์เรายาวๆ  จะพลันนึกว่าเป็นนักสืบล่าเมียน้อย หรือปาปารัซซี่อะไรอย่างนั้น   ซึ่งเราก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง 

เคยอ่านเจอว่ามีช่างภาพคนหนึ่งไปถ่ายตำรวจแล้ว ตำรวจเค้าดึงฟิล์มออกไปเลยน่ะ   โห  อย่างนั้นเสียดายฟิล์มแย่ เสียดายรูปที่เคยถ่ายมาในฟิล์มม้วนนั้น หรือถ้าคิดแบบเศรษฐศาสตร์หน่อย  เงิน135-160บาท ที่เราใช้ซื้อฟิล์มมา  ต้องเสียหายไปเพราะความเข้าใจผิด 

=======

ตอนนี้เรามีกล้องสองตัวแล้วล่ะ 

 ไม่เลวเลย  สำหรับคนที่เริ่มดัดจริตอยากเล่นกล้องอย่างเรา  แต่ช้าก่อน  กล้องตัวที่สองนี่ไม่เสียเงินสักแดง เพราะเป็นกล้องเก่าค้างปีของพ่อเราเอง  ไปรื้อมาจากบ้านหลังเก่าโน่น  ลุ้นแทบตายว่าจะใช้ได้หรือเปล่า  ปรากฏว่าพอใส่ถ่าน ใส่ฟิล์มปุ๊บ ก็ถ่ายได้เหมือนปรกติเลย 

วันศุกร์, มีนาคม 7,08

THINKING

Filed under: RYOTA — soraris @ 12:14 pm

UNO

 

ครุ่นคิด
หรือเพียง
มองเหม่อ

วันพฤหัส, มีนาคม 6,08

มอสี่รุ่นหก

Filed under: KINGnut — soraris @ 5:00 am

“มอสี่รุ่นหก” ผ่านพ้นช่วงเวลาหนึ่งปีแรกของการขึ้นมอปลายมาแล้ว

หนึ่งปี  จะว่านานหรือไม่นานนั้น  ตอบยาก.

จะนานก็ตรงที่ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นแทบทุกวัน  ถ้าเขียนรวบรวมเป็นเล่มก็คงจะได้หลายหน้า

แต่มันก็ยังเป็นเวลาที่ดูแล้วสั้น  เมื่อเทียบกับอีกสองปีที่เหลือต่อจากนี้

หัวข้อนี้ขอยกไว้ให้แสดงรูปภาพเพื่อนๆแล้วกัน ยังมีไม่เยอะ  เพิ่งมาถ่ายตอนหลังๆ

ภาพต่อไปนี้เป็นบรรยากาศเช้าวันสอบปลายภาค  ..  ก็เครียด(มั้ง)กันอย่างที่เห็น

ดูน่าประทับใจนะ

 

—————————————————————–

ต่อไป เป็นรูปจากกล้องholga

รูปนี้บังเอิญไปถ่ายทับกับน้องม.1   ลืมหมุนฟิล์ม(อีกแล้ว!!)

แสงแฟลชอ่อนไปหน่อย  ก็เลยมืดตื๋อ..

รูปอาร์ทนี่ลงไปทีนึงแล้วล่ะ แต่ว่าเอามารวมในคราวนี้อีกทีเพื่อให้เข้ากับหัวข้อ

วันอังคาร, มีนาคม 4,08

art of tree

Filed under: KINGnut — soraris @ 9:15 am

ryota

 

..ต้นไม้คือศิลปะ..
เราคิดอย่างนั้นจริงๆ

ทั้งการแตกยอด แตกกิ่งก้านของมันนั้น ช่างงดงามเหลือเกิน ทุกครั้งที่แหงนหน้าขึ้นมองไม้ยืนต้น ก็ก่อให้เกิดความประทับใจ และความหลงใหลอย่างประหลาด

เราเคยเปรียบเอาไว้ให้เพื่อนว่า ภาพต้นไม้ไร้ใบนั้นเหมือนศิลปะ ที่ธรรมชาติบรรจงวาดอย่างประณีต
บางคน หรือหลายคน อาจมองว่ามันช่างดูแห้งเหี่ยว แห้งแล้ง ดูไปก็เหมือนต้นไม้อดอยาก เหมือนคนขี้โรค
แต่เรากลับคิดว่า เมื่อไม่มีใบมาปกปิด มันได้เปิดเผยให้เห็นลายเส้นอันงดงาม เมื่อกิ่งก้านเรียวเล็กยอดแหลมที่ชี้ขึ้นสู่เบื้องบน ก็เกิดเป็นเส้นสายสีดำ ตัดกับฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีขาวสว่าง ก็เหมือนภาพพู่กันบนแผ่นกระดาษ

เพียงแต่ของจริงนั้นงามกว่า

ไม่ใช่แค่ต้นไม้ไร้ใบเท่านั้นที่เราชื่นชม ต้นที่มันมีใบ เราก็ชอบเหมือนกัน แต่อาจน้อยกว่า
ต้นที่ชอบที่สุด คือต้นไผ่ จะพูดไปก็หมือนน้ำเน่า แต่เราชอบต้นไผ่เพราะเวลาลมพัด เสียงใบมันจะ “ซ่า..ซ่า..” เหมือนตอนฝนตก ทำให้รู้สึกสดชื่น ทั้งๆที่แดดก็ยังเปรี้ยงๆอยู่ และยามเมื่อมันไหวเอน ก็ยังงามพิลึก นอกจากนี้ยัมีเหตุอีกหลายอย่าง ที่สนับสนุนให้เราชอบต้นไผ่ เพียงแต่เราคิดไม่ออกหรือไม่ก็อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่โรงเรียนฝั่งตึกสาม ต้นไม้ที่อยู่ข้างสนามบาสมันออกดอกชมพูสะพรั่งเลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมันไม่มีเค้าว่าจะออกดอกได้ด้วย ดูเป็นต้นไม้ที่ไร้ความโรแมนติกโดยสิ้นเชิง ทั้งปีก็ออกใบเขียวเข้มๆตลอด แต่นี่มาออกดอกสวยช่วงวาเลนไทน์ แถมมีแต่ดอก ใบหายหมด เป็นสีชมพูทั้งต้น เห็นแล้วปลื้มเลยรีบเก็บภาพไว้ทันที

สุดท้ายแล้ว
ไม้ดอกนั้นเราก็ชอบ แต่เราไม่เคยซื้อดอกไม้จากร้านนะ ..ไม่หรอก ความจริงก็เคย แต่ซื้อเพราะความจำเป็น เช่นซื้อไปทำกระทงแข่ง หรือว่าไว้ไหว้วันครู แต่ซื้อมาเพื่อใช้ตกแต่ง, ซื้อให้คนใดคนหนึ่งนั้นไม่เคยเลย
ถ้าจะต้องให้ใคร เราอยากปลูกเองมากกว่า อาจไม่สวยเท่าที่ร้าน เผลอๆออกมาหน้าตาอาจขี้เหร่หน่อย แต่ถ้าบอกเขาว่า เนี่ย เราปลูกเองนะ
มันคงจะน่าภูมิใจไม่น้อยใช่ไม๊?

ปิจฉิมลิขิต. อ่านอะเดย์เล่ม 90แล้วอยากเป็นเกษตรกรน่ะ

วันจันทร์, มีนาคม 3,08

ผลาญทรัพย์

Filed under: KINGnut — soraris @ 4:35 am

เมื่อวานไปกินข้าวฉลองวันเกิด กับครอบครัวมา แต่เป็นการเลี้ยงย้อนหลังนะ  เพราะวันเกิดเรามันก็เลยมาสามสี่วันแล้ว

 พอกินข้าวเสร็จ พ่อก็ให้เงินมาพันนึง  ให้ไปซื้อหนังสือ  อันที่จริงเงินจำนวนนี้เอาไว้เป็นงบของทั้งเดือน

แต่วันนั้น  เราทะลึ่งใช้จนหมดเกลี้ยง!  แล้วหอบหิ้วออกมาอย่างปรีดา 

“b2s ทำพิษ”

ไม่นะๆ  เราไม่ได้ใช้อย่างไร้เหตุผลซะทีเดียว  เพราะแต่ละเล่มได้ผ่านกระบวนคิด  และระยะเวลาที่เล็งเอาไว้นานพอดูแล้ว  เจอปุ๊บก็หยิบได้เลย

แล้วนี่ก็ปิดเทอม..คงต้องนอนจำศีลอยู่ในบ้านอีกนานโข   การมีหนังสือดีๆจำนวนหนึ่งไว้คอยอ่านเพื่อฆ่าเวลา

เป็นสิ่งที่ “เยี่ยมยอด!”

วันเสาร์, มีนาคม 1,08

สอบ

Filed under: KINGnut — soraris @ 2:41 am

เกือบหนึ่งปีผ่านมาแล้ว  จากวันนั้นที่เราไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง

เราทำข้อสอบ  ไม่ได้เลย

ตอนนั้นในใจเอาแต่ด่าทอตัวเอง ที่ไม่ยอมตั้งใจอ่านหนังสือหรือเรียนพิเศษมากกว่านี้ ไม่งั้นคงจะยังพอมีโอกาส

หลังจากสอบเสร็จ เป็นเวลาเที่ยง   ร่างกายเหนื่อยล้าราวกับเพิ่งผ่านสงครามมา

เหนื่อย เศร้า เสียดายโอกาส

พอกลับมาบ้าน ก็พบว่าเปิดประตูบ้านไม่ได้ เพราะลืมกุญแจ 

น้ำตาพรั่งพรูออกมา ไม่ใช่เพราะประตูทำ แต่มันอั้นเอาไว้ตั้งแต่เห็นข้อสอบแล้ว

————————————————-
by RYOTA

อยู่ในชุดนักเรียนม.ต้น  

นอนเหยียดหลังอยู่บนที่นอนหวายริมสระว่ายน้ำ 

กระเป๋าสีดำใบเล็กวางพาดอยู่บนท้อง

เนื่องจากเปิดประตูไม่ได้  แต่ง่วงนอนเลยขึ้นลิฟต์มาสระว่ายน้ำชั้น8

มานอนอืดอยู่ตรงนี้ล่ะ

ข้างบนนี้อากาศดีมาก  เป็นเวลาบ่ายแล้ว แดดร่ม  ลมก็พัดกำลังดี

กระโปรงปลิวสะบัดไปตามแรงลมเล็กน้อย

แล้วเราก็เคลิ้มหลับไปบนที่นอนหวาย

ตอนหลับตานอน  เราไม่มีความเศร้า

…หลายคนบอก  เวลาเศร้าต้องกินเหล้า

เราไม่ต้องหรอก     แค่หลับตา  ล้มตัวนอน   ก็หยุดคิดทุกสิ่ง

ไม่เมาด้วย!

บลอกที่ WordPress.com .