-K.BLOG-

วันพฤหัส, พฤศจิกายน 12,09

คือความหวังของสาวน้อยวัยสราญ

Filed under: KINGnut — soraris @ 9:11 pm

วันนี้เราเข้าเว็บบอร์ดอักษรฯ จุฬาฯ ไปเจอความคิดเห็นหนึ่ง  อ่านแ้ล้วถูกใจมาก มันคือสิ่งที่เราคิดอยู่เลยทีเีดียว มันเป็นข้อกล่าวอ้างของคำถามที่หลายคนรอบข้าง ต่างถาม  จี้ใจดำเราเสมอๆ

 

จากหนังสือ “เราทั้งผอง อักษรา เทวาลัย”

…ส่วนเรื่องคำตอบที่ว่า “เรียนอักษรฯ ได้อะไร” ขอคัดลอกมาให้อ่านกัน

เป็นคำตอบจากนิสิต อ.บ. รุ่น ๓๐ คนหนึ่ง คือ

หม่อมราชวงศ์รมณียฉัตร (ดิศกุล) แก้วกิริยา

 

อักษรศาสตร์….

คือภาพวาดภาพฝันอันแสนหวาน

คือความหวังของสาวน้อยวัยสราญ

คือวิมานแดนฟ้าเทวาลัย

 

เป็นผู้หญิงก็อยากเรียนอักษรศาสตร์

อยากได้ชื่อว่าเก่งกาจในสมัย

เรียนไปแล้วจะออกมาทำอะไร

หยุดหัวใจยั้งไว้ไม่ให้คิด

 

จวบจนเวลาผันผ่าน

สาวน้อยถึงกาลเป็นบัณฑิต

ต้องออกเผชิญโลกโชคชีวิต

จึงได้สตินั่งพินิจพิจารณา

 

เรากำลังจะก้าวไปทิศไหน

มีอะไรอีกที่เราต้องค้นหา

อะไรบ้างที่เรานั้นได้มา

นอกเหนือจากปริญญาหนึ่งใบ

 

ณ จุดนี้ที่หัวใจเพิ่งได้พบ

สรรพความรู้ครันครบที่เราได้

คือพื้นฐานโครงเคร่าอันแกร่งไกร

เพื่อเราก้าวต่อไปอย่างเต็มคน

 

ทุกวิชาลับปัญญาให้เราคิด

รู้จักถูกรู้จักผิดแยกเหตุผล

ใช้สมองตรองตรึกนึกแก้กล

มองปัญหาตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย

 

เราอาจจะเป็นนักภาษาศาสตร์

หรือเราอาจทำราชการ…งานค้าขาย

เป็นครู..เป็นเลขาฯ….เป็นเจ้านาย

เป็นทุกอย่างที่เราหมายได้ทั้งนั้น

 

จากอักษรฯ เส้นทางที่ข้างหน้า

จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวากลับหลังหัน

ทุกอย่างขึ้นกับสมองตรองให้ทัน

และความขยันแปรออกเป็นผลงาน

 

อักษรศาสตร์…….

ก็ยังเป็นภาพวาดอันแสนหวาน

ก็ยังคือความหวังอลังการ

ของผู้ปรารถนาพื้นฐานภายใน

 

จากคุณ : Flowery [ 16 มี.ค. 52 21:24:18 ]

วันจันทร์, พฤศจิกายน 9,09

รูปแบบ

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 8:39 am

เมื่อวานไปสอบมา เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
เราทำข้อสอบปรนัยได้เรื่อยๆ(ปล่อยไหลน่ะ) แต่พอถึงส่วนของย่อความ-เรียงความ ก็ต้องมาตั้งสมาธิ นึกถึงตอนที่ตัวเองเขียนบล็อก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฟืดดด….. ให้ออกซิเจนไหลเข้าสู่กระแสเลือดไปเลี้ยงสมอง ก่อนหน้านี้เราเข้าใจผิด คิดว่าส่วนของการย่อความนั้น เขียนอย่างไรก็ได้ แค่เอาใจความสำคัญในเนื้อหามาได้ก็พอ เราจึงไม่หนักใจมากนัก
แต่เมื่อวานตอนนั่งกินข้าวเที่ยง เพื่อนเราที่อยู่โรงเรียนอื่นสองคนนั่งติวรูปแบบการเขียนย่อความอย่างตั้งอกตั้งใจ รูปแบบที่ว่านั่นคือการขึ้นหัวของย่อความ เป็นต้นว่า ย่อความเรื่อง…ของ…คัดจาก….หน้า….. ซึ่งอันนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีรูปแบบอื่นๆเช่น นำมากจากพระบรมราโชวาทก็ต้องอีกแบบ ยาวมากๆ
เราสงสัย
“ต้องเป๊ะด้วยหรอ?”
“เออสิ! แค่เค้าเห็นว่ารูปแบบผิด เค้าก็กาหัวข้อสอบแล้วนะ”
“เหวอออออ จริงอ่ะ ทำไมเค้าทำงั้นวะ เน้นรูปแบบไม่เน้นเนื้องาน *%$&#”
เราหงุดหงิดมาก แต่ก็เหลืออีกไม่กี่นาทีแล้ว จำเป็นต้องขอยืมมาส่องดูสักหน่อย อย่างน้อยก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เห้อ ~ แล้วอย่างนี้จะเขียนเรียงความไปรอดไหม

ตัดฉากมาที่ห้องสอบ
ณัฐกานต์มีเวลาเหลือ 30 นาทีเท่านั้น สำหรับการเขียนเรียงความที่หัวข้อเ้ข้าใจยากเหลือเกิน ไม่ไหวล่ะ! ถ้ามัวแต่มานั่งตีความว่าเขาอยากให้เราสื่ออะไร ก็คงจะหมดเวลาพอดี เราจึงด้นสด ตามสไตล์เซอเรียลริสม์(ไม่ใช่แล้ว- -) ไปๆมาๆ ก็เขียนไม่จบอยู่ดี ถึงขั้นว่า เขียนยังไม่ทันจบประโยค กรรมการคุมสอบก็บอกว่า หมดเวลา วางปากกา มิฉะนั้นจะถือว่าทุจริต
เอิ่ม จบไปแบบนั้น เราไม่สบายใจเลยจริงๆ

เขียนบล็อกนี่ง่ายกว่าเยอะ

วันอาทิตย์, ตุลาคม 25,09

เรื่องเรา

Filed under: 4415029 — soraris @ 11:17 am

ช่วงนี้เขียนอะไรก็เกี่ยวกับตัวเองทั้งนั้นเลย อาจเป็นเพราะไม่อยากวุ่นวายเรื่องคนอื่นให้เปลือองสมอง เช่น เรื่องการเมือง เรื่องสังคม เรื่องการศึกษา(อย่าให้บ่นเลย หึๆ)
ตอนนี้ขออยู่กับเรื่องตัวเองเงียบๆ แล้วก็ส่งต่อความรู้สึกต่างๆมาทางบล็อก เราถือว่าบ่นทางนี้ เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน้อยที่สุด เพราะใครไม่อยากรับรู้ก็แค่ปิดหน้าจอนี้ไป

การบ่นโดยทั่วไปแล้ว 90% ของผู้ที่เราบ่นด้วยนั้น เขาไม่อยากจะฟัง เพราะแต่ละคนต่างก็มีความทุกข์เป็นของตัวเอง และทีสำคัญ ต่างคนต่างคิดว่าทุกข์ของตนนั้นสำคัญที่สุด
แล้วอย่างนี้ใครจะอยากไปฟังปัญหาของคนอื่นล่ะ

พอแล้ว เดี๋ยวมาบ่นต่อ

วันเสาร์, ตุลาคม 24,09

bookaholic

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 12:15 pm

เมื่อวันก่อนไปเที่ยวเกาะสมุยมา ที่นั่นนับว่าเจริญพอๆ(หรืออาจมากกว่า) ตัวเมืองของสุราษฎร์เลยที่เดียว
เราได้แวะเข้าไปเดินในห้างบิ๊กซีของที่นั่น บรรยากาศเงียบเหงา ไม่ค่อยมีคนเดินชอปปิ้งเท่าไหร่
เข้าไปหาอาหารเจกิน เมื่ออิ่มแล้วก็เดินตระเวนดูร้านรวงต่างๆ ถึงแม้ว่าที่นี่จะเงียบเหงา ร่อยหรอผู้คน แต่สินค้าที่นำมาขายก็ทันสมัยพอๆกับที่กรุงเทพฯ เราเหลือบมองไปเห็นป้ายแดงๆที่คุ้นเคย ป้ายของร้านซีเอ็ดบุ๊ก

อืม.. วันก่อนเราเพิ่งไปเดินงานหนังสือนี่นา — อืม.. แต่เวลานั้นก็เหลือเยอะ ไม่รู้จะทำอะไรดี  — สรุปคือเราเดินก้าวฉับๆเข้าร้านอย่างมั่นใจ

ไม่คิดเลยว่า หนังสือที่นี่จะมากมายและน่าอ่านน่าซื้อถึงเพียงนี้ แต่ละเล่มนั้นน่าสนใจเสียยิ่งกว่าซีเอ็ดบุ๊กสาขาท๊อปเกษตรเสียอีก นี่ขนาดมาไกลถึงเกาะสมุยนะเนี่ย! หนังสือยังหลากหลายและทันยุคสมัยกว่ากรุงเทพอีก เราอยากได้จนน้ำลายไหลถึงสี่เล่ม แต่ ต้องไม่ลืมว่าเราเพิ่งไปโซ้ยแหลกที่งานมหกรรมหนังสือมาหยกๆ เราจึงต้องทำการตัดช้อยจากสี่ตัวเลือกเหลือแค่สอง (ยังกะทำข้อสอบ) แล้วควักแบงค์พันจ่ายไป เพื่อแลกกับ”โอดิสซี”และ”โลกของโซฟี” หมดไปห้าร้อยกว่าบาท … นี่ขนาดยั้งคิดแล้วนะเนี่ย

วันอาทิตย์, ตุลาคม 4,09

ทุกงานเขียนเขียนเพราะทุกข์

Filed under: KINGnut — soraris @ 11:57 pm

แหงนหน้ามองฟ้าหม่น นี่ฟ้าหม่นจริงหรือใจเราเองที่หม่นหมอง

สองมือกำแน่น เหยียดแขนออกขนานลำตัว

ความกลัวหรือ.. ที่กัดกินใจเราอยู่ทุกวินาที
หรือหากเป็นความเศร้าที่ติดตัวเราตั้งแต่วันที่ถูกตัดสายรก ความเศร้าที่ทำให้ต้องหลั่งน้ำตาอยู่เป็นนิจ จนโดนคนอื่นครหาว่าแสนอ่อนแอ

วันนี้อายุสิบเจ็ดกว่าปี อยากสลัดความปวกเปียกทั้งปวงทิ้งไว้ -อยากเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาเรียกกันว่า ผู้ใหญ่
แต่การกระทำเช่นนั้นใช่พลังงานมหาศาล และต้องแหงนหน้าอยู่อย่างนี้

อย่าปล่อยให้น้ำใสใสในดวงตาได้ร่วงหล่นลงมากระทบดิน

วันอาทิตย์, กันยายน 13,09

วันวานที่เขาชนไก่

Filed under: RYOTA — soraris @ 8:44 pm

เขาชนไก่

วันศุกร์, กันยายน 11,09

เพราะเราเป็นเพียง.บัวใต้น้ำ

Filed under: KINGnut — soraris @ 6:20 pm

เรากำลังจมน้ำ .. แรงดันจากความหนาแน่นของน้ำนั้นดันเข้ามารอบๆร่างกายและแทรกซึมไปตามผิวหนัง ราวกับว่าร่างกายเราอาจแตกสลาย ป่นขยี้ไปด้วยแรงดันมหาศาลนั้น

น้ำเต็มนัยน์ตา เราก็กลับลืมตาสู้ ด้วยไม่อยากอยู่ภายใต้ความมืดซึ่งสร้างความไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญอยู่กับสิ่งใด แต่การลืมตานั้นสร้างความแสบร้อนรอบเบ้าตา ยากจะทานทน

เรากำลังจมอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล?
หรือนั่นเป็นเพียงจินตนาการที่เกินจริง 

บางที..  บางที เราอาจแค่ลื่นไถลจมลงมาในบึงเตี้ยๆเท่านั้น อาจแค่เพียงทนฝืนสักอึดใจทะยานตัวขึ้นมาก็คงโผล่พ้นผืนน้ำ

แต่เรากลับกลัว เรากลับสิ้นหวัง เพราะมันออกจะแน่ชัดว่าที่นี่มืดมิดเหมือนดังมหาสมุทร และแน่นอนว่าหากเป็นเช่นนั้น การทะยานตัวครั้งสุดท้ายก็เป็นเพียงความพยายามที่ไร้ผล
เพราะว่าแม้ทะยานสุดแรงเกิด … กลับเจอแต่เพียงผืนน้ำที่ว่างเปล่าอย่างเดิม แล้วลมหายใจก็สิ้นไปด้วยความผิดหวัง

เราอาจขี้ขลาดที่คิดเช่นนี้ แต่เป็นสิ่งที่สบายอย่างที่สุด ที่จะปล่อยให้ออกซิเจนในร่างกายค่อยๆหมดไป จนกระทั่งการลืมตาสู้น้ำก็ไร้ผล เพราะสมองหยุดทำงานและภาพทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็จะเป็นเพียงแค่ภาพลวง สิ่งที่เห็นในมโนสำนึก(หากยังมี) ก็เป็นภาพหน้าจอสีดำมิด—ความมืดที่เราหลีกเลี่ยงมาตลอด แต่เมื่อถึงตอนนั้นอาจไม่เหลือซึ่งความกลัว เพราะวิญญาณนั้นสิ้นแล้ว

อาจฟังดูแล้วเห็นว่าเราไร้ซึ่งความเพียร

แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่ต้องเสี่ยงเสียแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อผุดไปเจอเพียง “ความผิดหวัง”

วันจันทร์, กันยายน 7,09

เราอยู่ในนั้น

Filed under: KINGnut — soraris @ 7:45 pm

เริ่มต้นหยิบหนังสือมาอ่านตามใจตัวเองอีกครั้ง หวังปลุกวิญญาณเดิมกลับมาใหม่

 .. เรารู้สึกเหมือนทำมันหายไป

หายไปโดยไม่รู้ตัวสักนิด ว่ามันโบยบินไปนานแค่ไหนแล้ว

และยังพอจะมีหวังจะตามมันกลับมาได้หรือไม่

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเราเริ่มต้นจริงจังพากเพียรเพื่อจุดหมาย

ในระหว่างเส้นทางเดินมุ่งสู่ความฝัน มีบ้างที่หยุดนั่งพักเพื่อร้องไห้ แล้วก็ลุกขึ้นเดินใหม่เป็นเช่นนี้ไปอย่างสม่ำเสมอ สะสมเก็บกดอดกลั้นกับความเหนื่อยล้า

บางครั้งดูเหมือนว่า ความหวังก็เป็นภาระอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกข์ จนอยากจะบอกตัวเองว่า “ลืมมันซะเถอะ”

ก็ไม่วาย ยอมบากหน้าเดินต่อไป

 

แต่ทุกๆก้าวที่เราเดินจากมานั้น ตัวตนเดิมกลับถูกละเลยจนลดลงเรื่อยๆ และแล้วเราค่อยๆกลายเป็นคนอื่น

เราไม่ใช่เราเมื่อหลายเดือนที่แล้ว

แน่นอนว่าความฝันในวันนั้นกับวันนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

 

รู้ตัวอีกทีก็ใจหาย
.
.
.

 พยายามคุดคุ้ยคลังหนังสือ หวังตามหาตัวตนเดิมจากหน้ากระดาษหลายร้อยหลายพันหน้านั้น
นิ้วกรีดหน้าหนังสือเสียงเสนาะ กลิ่นกระดาษหอมกรุ่น ปลุกความรู้สึกบางอย่าง

กลิ่นนี้มันช่างหอมหวานกว่ากลิ่นหนังสือเรียนเสียจริง

วันอาทิตย์, กันยายน 6,09

หลายชีวิตหนึ่งจุดหมาย

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 9:58 pm

อาจจะเป็นเพราะวัย หรือเพราะว่าวันเวลาที่หายใจบนโลกนี้มันมากเกินไป

ราวกับทุกวินาทีจะบังเกิดความกังวลขึ้นมาใหม่ ยิ่งเราโตขึ้น เหมือนชีวิตจะเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ 
ชีวิตคนบางทีก็ดูล้นเกิน

มีหลายเรื่องต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม.. เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง

——

เราเดินทอดน่อง เข้าไปในซอยบ้านอย่างเนิบช้า รู้สึกเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิต
ใช่.. ชีวิตเรายังไม่สาหัส ถ้าเทียบกับอีกหลายชีวิตบนโลก

แต่ก็ไม่ผิด ที่เราจะขอคิดว่าตัวเอง “เหนื่อย”

บางทีการนำคนอื่นมาเทียบมาตรฐานตัวเองก็ดูเป็นเรื่องงี่เง่าไปหน่อย – ก็มันคนละคนกัน
หรือว่าเขาเป็นอย่างนั้น แล้วเราต้องทำตัวเสมอเขาให้ได้ ?

หากเป็นเช่นนั้น อิสระในชีวิตคงไม่มีจริง เพราะต้องคอยตามตูดคนอื่นอยู่ตลอด เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแวะชมข้างทางไม่ได้ …เดี๋ยวตามคนข้างหน้าไม่ทัน

วันอังคาร, กรกฎาคม 21,09

Y?

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 10:24 pm

เราได้ทำการรวมเล่มงานเขียนในบล็อกนี้ บางส่วน ไปรวมกับงานของทิพtoe และอาจมีกวินมาสมทบด้วยอีกคน

ออกมาเป็นหนังสือเล่มบางๆ
ที่ชื่อว่า
Y?

ด้วยฝีมือออกแบบหน้าปกของUNO

คงไม่มีใครซื้อ .. ชอบอ่านฟรีกันทั้งนั้น

แต่ที่แน่ๆ เวลาเห็นออกมาเป็นเล่ม สัมผัสด้วยตาและมือแล้วเรารู้สึกดีใจชะมัด

ถ้าออกมาเป็นรูปเล่มสมบูรณ์แบบเมื่อไหร่ จะเอามาโชว์

เรื่องที่เก่ากว่า

บลอกที่ WordPress.com .