-K.BLOG-

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 10,10

เพ้อเจ้อ

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 12:28 am

มีเพื่อนคนหนึ่ง เราเคยมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน ถึงขนาดว่าในสายตาคนอื่นนั้น มองว่าเราสนิทกันเกินเพื่อน

เราก็ไม่แ่น่ใจว่าเราเคยสนิทกันหรือเปล่า เพราะแม้เราจะใกล้ชิด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงตาลปัตรอย่างง่ายดาย

ในวันนั้นเราไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง ไม่เข้าใจว่าทำไมมันจึงเปลี่ยนแปลง ?

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อจิตใจของเพื่อนคนนั้นคืออะไร ทำไมเขาจึงนำมันมาเป็นข้ออ้าง –ในการตัดสัมพันธ์ระหว่างกัน…

จากวันนั้น เขาไม่ปริปาก และเราก็ไม่อยากถาม กำแพงหินหนาหนักสอดแทรกระหว่างกลางเราตั้งแต่นั้น

ทิ้งช่วงห่างนานเป็นปีๆ เราคิดจะเอ่ยถามอีกสักครั้ง ที่ถามก็ด้วยความคับข้องใจ
เปล่าเลย ไม่ได้อยากให้กลับเป็นเหมือนเดิม เพราะตัวเราเองก็มีแผล

เราคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจถาม .. แต่กลับไม่ได้คำตอบ

ที่พิเศษกว่าครั้งก่อน ก็มีเพียงคำบอกลาอย่างห้วนๆที่่แสนเจ็บปวดเหลือเกิน

—-

พวกเขาเหล่าั้นั้น คบกันเพราะอะไร และเลิกคบกันด้วยเหตุใด

ไร้เหตุผลจริงๆ

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 8,10

โรงยิม

Filed under: KINGnut — soraris @ 8:09 pm

ตอนบ่ายๆเราเข้าไปนั่งคุยกับเพื่อนในโรงยิม

ความรู้สึกของพวกเราก็ยังเหมือนว่าเป็นเด็กอมาตคนหนึ่ง เหมือนว่าเพิ่งเลิกเรียน แล้วมานั่งคุยจ้อกันก่อนกลับบ้าน

เรายิ้ม หัวเราะ ขำขันไปกับบทสนทนาต่างๆ พลางจ้องมองผู้คนที่เล่นกีฬาอยู่ในนั้น
เีสียงปึงปัง ตึบตับ ของลูกบาสเกตบอลและลูกวอลเล่ย์ ทำให้บรรกาศดูครึกครื้น

.. นานแสนนาน จนกระทั่งย่ำเย็น ผู้คนเริ่มบางตา ความรู้สึกเงียบเหงาประเดประดังเข้ามา
บทสนทนาก็ชะลอความเร็วลง เสียงหัวเราะเริ่มแผ่วเบา รอยยิ้มบางลงเป็นเพียงริ้วจางๆ

เรามองหน้าเพื่อน ก่อนกล่าวอำลา

ไม่หรอก วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายที่เราจะเจอกัน

แต่เราก็รู้ว่า นับตั้งแต่นี้ไป โอกาสที่เราจะได้เจอกัน ก็จะค่อยๆน้อยลง ทิ้งช่วงห่างมากขึ้น

สุ้มเสียงจะแผ่วจางตามเวลา เหมือนบรรยากาศยามเย็นในโรงยิม

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 7,10

แค่อยากให้รู้ไว้

Filed under: KINGnut, สัพเพเหระ — soraris @ 8:23 pm

ช่วงนี้เรากำลังอ่านหนังสือเรื่อง”Kafka on the shore” เราเคยอ่านมารอบนึงแล้วในฉบับภาษาไทย แต่พอดีว่าตอนนี้ต้องฟิตอ่านภาษาอังกฤษเพื่อฝึกฝนตัวเองก่อนเข้ามหา’ลัย ก็เลยเลือกเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่ชอบมาก น่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลให้เป็นกำลังใจในการอ่านจนจบเล่ม ตอนนี้คั่นค้างไว้ที่หน้า 184

เราไม่เขียนบล็อกแบบจริงจังและน่าสนใจมานานมากแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะแรงบันดาลใจหดหาย .. ไม่มีอะไรจะบ่นแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่คนคนหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงไป แล้วทำให้ความคิดใหม่ๆและความสนใจใหม่ๆเข้ามาแทนที่

อาจจะว่าเป็นความหลงใหลกับสิ่งต่างๆเพียงชั่ววูบ แต่เราก็เป็นเช่นนี้เสมอ
ความเปลี่ยนแปลงอยู่ติิดตัวเราอย่างถาวร เช่นเดียวกับที่อยู่ในทุกคน ถ้าพูดให้ดูเก๋ก็ต้องบอกว่า
ความเปลี่ยนแปลงสถิตอยู่อย่างถาวรในทุกๆอย่าง

พอปิดเทอมเราก็มีอะไรให้ทำอยู่ไม่กี่อย่าง
คุยโทรศัพท์ เล่นmsn ดูfacebook อ่านหนังสือ แกะท่าเต้น ไปซ้อมเต้นที่บ้านเพื่อนในช่วงบ่าย กลับมาเปิดคอมเล่นจนดึกดื่น และตื่นมาในช่วงสายๆ
แล้วก็ทำกิจกรรมเดิมซ้ำอีกครั้ง

แต่ก่อนที่บ่นว่าไม่ชอบไปโรงเรียน ไม่ชอบทำอะไรวนไปเวียนมา สุดท้ายเราก็สร้างวัฎจักรส่วนตัวขึ้นมาเสียเอง

วันเสาร์, มกราคม 30,10

จบ ม.6

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — soraris @ 9:54 pm

แล้ววันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

หวาดกลัวเิกินไปที่จะคาดเดา

วันศุกร์, มกราคม 15,10

โอ้.. โอ๋.. โอเนต

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 4:55 pm

เพิ่งทำวิทยาศาสตร์โอเนต พ.ศ.2549-2552 เสร็จ ทำเอาเราสมองล้าไปเลยทีเดียว ไม่อยากเชื่อว่าข้อสอบโอเนตมันจะลึกขนาดนี้

นี่พูดในแง่ของเด็กสายศิลป์ ที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่สนวิทยาศาสตร์เท่าไหร่

ทำไมต้องมานั่งท่องการจัดเรียงตัวของอิเล็กตรอน การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนที่แบบซิมเปิ้ลฮามอนิก

ถึงแม้ว่า มันไม่ได้ยากเย็นมากมายหรอก ถ้าจะพยายามท่องจำเพื่อไปสอบครั้งเดียวในชีวิต

แต่! ลองคิดสิดูว่าถ้าอาชีพของเราในอนาคตไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้เลย ก็เท่ากับเราเปลืองเมมโมรี่เปล่าๆ เข้าใจว่าบางเรื่องเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้เรา แต่อย่างเรื่องที่มันละเอียดลึกซึ้ง สายวิทย์ชัดๆ นี่จะเอามาออกข้อสอบทำไม

เรากับเพื่อนเคยวิพากษ์วิจารณ์กันหลายครั้งแล้ว เกี่ยวกับเนื้อหาของการสอบ เขาโยนหนังสือ สสวท.เล่มบางๆมาให้เราอ่าน แต่เวลาออกข้อสอบก็ออกเกินเนื้อหาที่อยู่ในนั้น

นี่หรือ มาตรการต่อต้านการเรียนพิเศษ?

เป็นไปไม่ได้หรอก ใครๆก็อยากรู้มากกว่าคนอื่น ใครๆก็ อยากเป็นผู้ชนะทั้งนั้น

ในเมื่อสิ่งที่เป็นพื้นฐานนั้น ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้เพียงพอ
เราก็ต้องแสวงหา

วันพุธ, มกราคม 13,10

ปากกาเจ๊ง

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 11:52 am

เราเป็นคนที่มีปัญหากับปากกามากๆ เรียกได้ว่า ซวยซ้ำซวยซ้อน จะแก้ปัญหายังไงก็ไม่หาย
ปัญหาก็คือ ในชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยใช่ปากกาด้ามไหนได้จนหมึกหมดเกินครึ่งเลย

สาเหตุหลักๆก็เพราะว่า ปากกาหล่นจากโต๊ะ(เพราะโต๊ะเล็กหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) หัวมันจะเสียจนเขียนไม่ได้ ตกแล้วตกอีก ทั้งทำตกเองและคนอื่นเดิน-วิ่งมาชนโต๊ะ
หลังๆมาเราแทบประสาท พอปากกาตก แป้ก! ก็ต้องโวยวายเสียงดังทุกที

สาเหตุที่สองที่เลวมากๆ รับไม่ได้อย่างแรง คือมีึคนหยิบไปใช้ตอนเราเผลอ แล้วก็ไม่เอามาคืน ไม่ได้หาว่าขโมยหรอกนะ บางคนมันดูไม่ออกมั้ง ว่าปากกาดีๆอย่างนั้นจะมีเจ้าของเป็นตัวเป็นตน แต่อย่างน้อยถ้ารู้ว่าไม่ใช่ของตัว เห็นมันวางอยู่ที่พื้น ก็น่าจะประกาศตามหาเจ้าของมันสักนิด จะได้รับคำขอบคุณมากกว่าจะเป็นคำด่า

เวลาปากกาเสียทีไร ก็จะพาลอารมณ์เสีย ทำงานไม่ได้ ก็ปากกามันเจ๊ง จะให้ใช้อะไรทำ เราเคยแก้ปัญหาชั่วคราว โดยการเหมาซื้อมาเยอะๆ ถ้ามันเกิดเหตุให้ไม่มีปากกาหัวดีใช้ จะได้มีสำรองเอาไว้ก่อน

แต่ไม่ถึงอาทิตย์

จากห้าด้าม มองอีกที เหลือสอง

แหม .. มันคงไม่ลอยหายไปเองหรอกมั้ง??

————–
ตอนนี้งานที่โรงเรียนเยอะมากมาก เยอะกว่าตอนม.5ซะอีก (แม้อาจจะไม่เยอะเท่ามหา’ลัย แต่เรามองปัจจุบันไว้ก่อน)

งานเยอะเยอะ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเขาอยากให้เราเอนท์ติดกันจริงๆ
แค่ทำงานพวกนี้เสร็จก็คงหมดลมหายใจแล้ว(เกินจริงไปเพราะว่าเซงอยู่)

แล้วนี่ ปากกาดันมาเจ๊งอีกทั้งสองด้าม

อ้ากกกกกกกก สติแตกกระเจิง

วันศุกร์, มกราคม 8,10

กลัวสิ่งใด

Filed under: KINGnut — soraris @ 11:25 pm

ไปรายงานตัวสอบสัมภาษณ์ที่คณะอักษรฯ

กลับมาถึงบ้านพ่อก็ชวนคุยเรื่องคณะนี้ ว่าเรียนหนักมากนะ สมัยพ่อเห็นนิสิตคณะนี้เขาเครียดกันมาก

เรานั่งฟังอย่างสนใจ แล้วก็กลายเป็นความกดดัน เพราะดูจากคะแนนเราที่เข้าไปได้ก็ใช่ว่าจะดี .. คะแนนอยู่ในระดับเกือบๆหลุดจาก50คนด้วยซ้ำ

ด้วยความสามารถดั้งเดิมที่มีอยู่นี้ เรากลัวจะเรียนไม่ไหว

——————————–

ตอนบ่าย เราเข้าไปโรงเรียน เพื่อส่งงาน และประชุมเรื่องงานพรอม

16.00น. ระหว่างที่นั่งปั่นงานค้างกับเพื่อนคนหนึ่งอยู่ รู้สึกอ่อนเพลียจนจะเป็นลม เราก็บ่นขึ้นมาลอยๆ ถึงความหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัวเป็นควันจางๆในหัวใจ

เพื่อนเราคนนั้นที่สอบเข้ามัณฑณศิลป์ ม.ศิลปากรได้ ตอบว่า

“เค้าก็เหมือนกัน เค้าก็ยังไม่ค่อยเ่ก่ง แต่เค้ารู้ว่า เข้าไปก็เพื่อไปเรียนให้มันเก่งขึ้นไงล่ะ คนที่เก่งแล้วมักจะประมาทนะ”

เราฟังแล้ว ชะงัก.. ใช่ มันจริง ไม่ใช่ประโยคสุดท้าย แต่เป็นประโยคที่ว่า คนเราเข้าไปเ้รียนหนังสือเพื่อให้ตัวเองเก่งและแกร่งขึ้นมิใช่หรือ

โดยเฉพาะคณะนี้ที่ได้รับการเล่าขานถึงตำนวนความโหดและหนัก

หากเราสามารถเรียนจนจบได้ — สิ่งใดจะทำให้เราพ่ายแพ้ ก็หามีไม่

อย่างที่คำสอนยอดนิยมที่ผู้คนมักนำมาบอกกล่าวกัน

เมื่อต้องผ่านแรงกดดันและความร้อนสูงจัด เมื่อนั้นหินก็อาจจะกลายเป็นเพชรได้

วันพุธ, ธันวาคม 30,09

วันของเรา

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 2:58 pm

เรากลับมาจากงานปีใหม่ที่โรงเรียน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงวอร์มขาสั้น
กำลังจะเปิดคอม แต่กลับรู้สึกกระหายน้ำ อยากกินชาเขียว..
หน้าปากซอยบ้านเรามีร้านขายของขนาดเล็ก แต่ไม่บ่อยนักที่เราจะออกไปซื้อเพียงเพราะอยากกินเฉยๆ แต่พอยิ่งนึกถึงรสหวานนุ่ม หอม ของชาเขียว ความขี้เกียจถูกขจัดไปหมดสิ้น
เราลงลิฟต์จากชั้น5ลงมา เห็นจักรยานสีแดงคันใหม่เอี่ยมของเรา เอาล่ะ– นานๆที่จะได้ใช้นะ

ขับจักรยานผ่านอากาศอบอ้าวที่ชื้นแฉะ ลมเบาบางปะทะใบหน้า ทำให้เรานึกถึงสุราษฎร์ มันไม่ใช่ความรู้สึกโรแมนติกอะไรแบบนั้นนะ แต่เป็นความรู้สึกคิดถึง
คิดถึงความทรงจำใน 17 ปีทีผ่านพ้น นี่เราฉลองปีใหม่มา 17 ครั้งแล้วนะเนี่ย
ตอนเด็กๆเราก็เป็นหนึ่งในแก๊งแว้นจักรยาน ตอนนั้นหมู่บ้านเล็กๆของเรา แค่มีมอเตอร์ไซค์ก็หรูเกินไปแล้ว ส่วนใหญ่ ถ้าไม่เดินก็ขี่จักรยาน การติดต่อค้าขายก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย อยากได้อะไรก็เดินไม่กี่ก้าว ผ่านร้านค้าเล็กๆที่มีอยู่มากมายหลายหลาก มีตั้งแต่ผักจนถึงดอกไม้ไฟ แต่อย่างที่รู้กัน เดี๋ยวนี้รถราวิ่งกันขวักไขว่ หมู่บ้านเรากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่ง มีผู้แวะเวียนมากินอาหารอร่อยๆ การขับจักรยานกลายเป็นเรื่องยากลำบาก อันตราย เสี่ยงต่อการถูกรถชน ผู้คนในหมู่บ้านเริ่มใช้มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะหลัก

จักรยานสีแดงของเราพุ่งฉิวจากท้ายซอยมุ่งหน้าสู่ปากซอย ชะลอความเร็วเมื่อผ่านลูกระนาด เสียงโซ่เสนาะหู
บรรยากาศแปลกประหลาด ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่านสักคัน เงียบสงบเหมือนกับต่างจังหวัด จะมีก็เพียงแต่รถสองสามคันที่จอดเอาไว้ขวางทางในซอย
ในช่วงปีใหม่ ทุกคนออกท่องเที่ยวทั่วไทย . กรุงเทพฯกลายเป็นเพียงเมืองเหงาๆเมืองหนึ่ง

เห้อ เรื่องนี้เข้าใจยากจริงๆ

วันจันทร์, ธันวาคม 7,09

สมุย:แผ่นดินเหนือสมุทร

Filed under: RYOTA — soraris @ 12:22 pm

บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเราไปเกาะสมุย

เราไปถ่ายรูปไว้เยอะแยะ .. ส่วนใหญ่เป็นรูปทะเล

พอเอามาให้เพื่อนที่โรงเรียนดูปุ๊บ

” ก็เหมือนรูปทั่วๆไปนั่นแหละ “  นี่คือผลตอบรับจากผู้ชม

อืม จริงด้วย ถ่ายทะเล ยังไงก็เป็นทะเล

เราเลยเอารูปอื่นๆมาลงบล็อกนี้แทน

แท็กซี่สมุย

ยามเย็นที่ท่าเรือ

เจ้าแม่กวนอิม

อุโบสถวัด

วัด

เรือเหงา

ชายหาด

เอาน่า-มีทะเลบ้างจะเป็นไรไป อย่างน้อยมันก็มีความแตกต่างอยู่บ้าง

ตรงที่ณัฐกานต์เป็นคนถ่ายยังไงล่ะ

ติดยี่ห้อ

Filed under: สัพเพเหระ — soraris @ 12:20 am

เราค้นพบว่า ความคิดโลดแล่นมักโผล่มาหลังเที่ยงคืน

อยู่ๆเราอยากเขียนบล็อกขึ้นมา ซึ่งว่ากันโดยปกติแล้ว หากเราเข้านอนเร็วกว่านี้ เราคงไม่ได้อัพบล็อกในคืนเงียบสงัดนี้

ความคิดมึนๆ เพ้อเจ้อก็มีีส่วน

————

เช่นเคย เราไม่มีความคิดอะไรใหม่เป็นแค่เพียงบทบันทึกบอกเล่าความคิดเห็น

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเราเลิกเรียนค่อนข้างเร็ว(บ่ายสองยี่สิบนาที) ทำให้มีเวลามากโขที่จะนั่งคุยสรวลเสเฮฮากับเพื่อนฝูง

จากนั้นก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน โดยลงที่ท๊อปเกษตรแทนที่จะนั่งรอ กลับแท็กซี่กับน้อง — ดูเหมือนว่าประหยัดไปเยอะเลยทีเดียว
แต่อย่างที่รู้กัน ว่าเมื่อแวะท๊อป จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

เรามักเข้าไปเดินเล่น เฉิดฉายในซีเอ็ดบุ๊ก (และคงเดินบ่อย จนพนักงานเริ่มสงสัยว่าเราเข้ามาขโมยหนังสือหรือเปล่า)
เราอยากได้หนังสือติดมือไปบ้าง แต่เนื่องจากต้องกลับบ้านก่อนค่ำมืด ก็ไม่ได้มีเวลาตรวจตรา ลองอ่านลองชิมสักเท่าไหร่

การเลือกซื้อหนังสือของเราในปัจจุบันนี้ ยอมรับว่าใจง่ายมาก ไม่ต่างจากนิสัยโดยทั่วไป

มองๆ แค่สำนักพิมพ์

ไต้ฝุ่น
กำมะหยี่
หนึ่ง
โอเพ่นบุ๊คส์
ฯลฯ

เพียงแค่ยี่ห้อ เราก็พร้อมควักตัง กลับไปนอนชิมที่บ้าน

แต่เอาเข้าจริงนะ พวกนี้เค้ารักษาคุณภาพของงานดี ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง
ในทางตรงข้าม หากเราผิดหวังเมื่อใด ..เมื่อใดก็ตามที่พวกคุณปล่อยให้ขยะกลายเป็นหนังสือออกมาวางแผงแม้แต่เล่มเดียว

“อย่าหวังได้แอ้มเงินฉันอีกเลย”

หึๆๆๆๆ

เรื่องที่เก่ากว่า

บลอกที่ WordPress.com .