ในรถ ซึ่งประกอบด้วยครอบครัวแสงเขียวงามสี่คนและเราผู้ร่วมทาง แม่เจมเกริ่นด้วยการถามว่า จะเรียนอะไร เจมพูดขึ้นมาว่า
“กิ่งณัฐอยากเข้าอักษร”
ก่อนหน้านี้ เมื่อเราบอกใครๆว่าเราอยากเข้าอักษร จะมีแต่คนถามว่า อยากเป็นครูเหรอ เจอคำถามนี้ทีไร เราก็งงว่า เออ.. อย่างงี้จะมีคณะครุศาสตร์ไว้ทำไม
แต่พ่อแม่เจมกลับเข้าใจ เขาถามคำถามที่อินดี้มาก “อยากเป็นนักเขียนหรือ?” นั่นถูกใจเรา แต่ก็ยากที่จะยอมรับออกไปตรงๆ เราได้แต่อึกอัก ไม่กล้าพูด
พี่คริสต์ซึ่งเรียนอยู่บัญชี สถิติ พูดโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนเราตกใจว่า เลือกเรียนที่เราชอบก่อนดีกว่าไม๊ ถ้าเราเก่งจริง มันก็มีงานทำอยู่แล้ว จากนั้นก็แนะนำว่าให้คุยกับพี่แก้ว ซึ่งเรียนอยู่อักษรฯ
แม่เจมเลยบอกให้พี่คริสโทรหาพี่แก้วเดี๋ยวนั้นเลย(เกือบๆสองทุ่ม) พี่คริสโทรไป แม้ในตอนแรกจะอิดออดว่ามันจะเกินไปไหม ที่จะโทรในเวลาแบบนี้
ตัวเราเองยังงงๆและตื่นเต้น เรารู้จักพี่แก้วแต่ไม่สนิทกัน เมื่อได้คุย พี่แก้วก็ใจดีมาก ตอบทุกคำถามที่เราสงสัย และตอบอย่างละเอียด เราคุยกับพี่แก้วจนจวนจะถึงปากซอยหน้าบ้าน ต้องขอวางไปก่อน เวลาที่ใช้ในการปรึกษาอาจจะสั้นไปนิด และไม่ถูกเวลาสักเท่าไหร่
แต่นั่นก็เพิ่มความมั่นใจให้เราว่า “เลือกเถอะ” ในเมื่อมีโอกาสเลือกครั้งเดียวในชีวิต
—————
หลังจากเรียนพิเศษวิชาเลขเสร็จ ก็ลงมานั่งคุยกันที่ชั้นล่างของใบลาน(สถาบันกวดวิชาขนาดเล็ก)
เรารู้สึกได้ว่า หลังจากที่เจมส์ได้ฟังพี่คริสพูดเมื่อคืน ก็เริ่มไม่มั่นใจว่า ตัวเองอยากเรียนอะไร ทั้งที่ตอนแรกก็แน่วแน่วิศวะIT
เมื่อมานั่งคุยกับครูโอ๋ ครูบอกว่า ก็เลือกเรียนที่ตัวเองคิดว่าจะอยู่กับมันได้สิ
เราแย้งว่า ตอบยาก เพราะว่าพวกเราอยู่ในวัยที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่า ทำงานอย่างนั้น จะเป็นยังไง ตอบไม่ได้ว่าจะชอบมันหรือเปล่า
ครูโจ้ ผู้สอนพิเศษวิชาเคมีและฟิสิกส์ที่ใบลานถามครูโอ๋ขึ้นว่า จริงๆแล้วโอ๋อยากเรียนอะไร ..และแล้วความจริงก็เปิดเผยว่า ครูโอ๋อยากเรียนนิเทศศาสตร์(ซึ่งเราก็ว่าบุคลิกให้) แต่ว่าสอบได้ทุนเรียนวิทยาศาสตร์ จนกลายมาเป็นครูสอนฟิสิกส์ทุกวันนี้ แม้ว่าสมัยเรียนจะไม่ชอบวิชานี้เอามากๆ
ครูโจ้บอกว่า เหมือนกัน เมื่อก่อนไม่ชอบเคมีเลย ค่อนข้างแอนตี้ … แต่ปัจจุบันกำลังจะเป็นด็อกเตอร์ด้านเคมี
ชีวิตคนเรามีหลายตัวแปรจริงๆ อย่างนี้จะรีบให้เด็กตอบตัวเองไปทำไม
“โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เด็กไทยอย่างเราเจอคำถามนี้ตั้งแต่ประถม เราว่ามันเร็วไปหน่อยที่ให้เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งคิดหาคำตอบของคำถามนี้
จากนั้น เจมส์เลยถามว่า แล้วเป็นครูนี่มีความสุขไม๊ ครูโอ๋ตอบ “ก็มีความสุขเวลาอยู่กับพวกแก(นักเรียนทั้งหลาย)นั่นแหละ” (ปลื้ม….~)
ครูโจ้เหม่อมองป้าย สถาบันสอนพิเศษ “iใบลาน” ถามว่า ทำไมต้องชื่อนี้ ซึ่งนั่นเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม
ครูโอ๋ตอบ i = interactive ซึ่งหมายถึง การเรียนที่นี่ไม่ใช่แค่ครูเป็นผู้ให้ฝ่ายเดียว แต่ทั้งครูและนักเรียนต่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน หลายๆครั้ง นักเรียนก็ให้บทเรียนบางอย่างกับครู
ส่วนคำว่าใบลาน ครูโอ๋มองว่า เป็นแหล่งรวบรวมความรู้จากชนรุ่นหลัง นั่นก็คือเป็นการระลึกถึงครูบาอาจารย์ก่อนๆที่เคยสั่งสอนและสั่งสมความรู้นี้มา ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะเริ่มแรกที่ครูโอ๋ตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาก็คิดถึงครูที่เคยสอนครูโอ๋มาอีกที อยากจะทำให้ได้อย่างที่ครูเคยทำ เรียกว่า เป็นการระลึกถึงผู้มีพระคุณ ไม่มีเขา ไม่มีเรา